แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ็บคอ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ็บคอ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เสียงแหบ



เสียงแหบ คือ ภาวะที่มีเสียงเปลี่ยนผิดปกติไปจากเดิม เช่น เสียงเบาลง เสียงหยาบ เสียงเค้น เสียงสูงหรือต่ำกว่าปกติ ไม่มีเสียง เสียงขาดหาย เป็นช่วงๆ
อวัยวะที่ทำให้เกิดเสียง หรือที่เรียกว่ากล่องเสียง ตั้งอยู่ภายในบริเวณลำคอใต้โคนลิ้นลงไปในผู้ชายจะเห็นชัดคือส่วนที่เราเรียกว่า ลูกกระเดือก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกล่องเสียง ภายในกล่องเสียงประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 2 ชิ้น ที่เราเรียกว่าสายเสียง ขึงตึงจากด้านในของลูกกระเดือกไปยังส่วนหลังของกล่องเสียง สายเสียงนี้สามารถเคลื่อนไหวเปิดปิดให้ลมหายใจเข้าออกได้  แรงดันของลมจากในปอดเคลื่อนขึ้นมาขณะที่สายเสียงปิดอยู่ทำให้มีการสั่นสะเทือนของสายเสียง  กลายเป็นเสียงและเสียงก็จะถูกปรับปรุงให้เป็นคำพูดที่ชัดเจนโดยอวัยวะในช่องปากซึ่งได้แก่ ลิ้น ฟัน เพดาน และอื่น ๆ



เสียงแหบเกิดจากสาเหตุใหญ่ 2 ประการ คือ 

1. ความผิดปกติในโครงสร้างของสายเสียง 
2.ความผิดปกติในการทำหน้าที่ของสายเสียง

ในกลุ่มเสียงแหบที่เกิดจากความผิดปกติของตัวสายเสียงเองนั้น อาจจะได้แก่ 

  ความพิการตั้งแต่กำเนิด เช่น มีแผ่นเยื่อบาง ๆ ขึงระหว่างสายเสียงทั้ง 2 ข้าง 
 การอักเสบของกล่องเสียงจากการติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากเชื้อไวรัส เช่นขณะเป็นหวัด หรือจากเชื้อแบคทีเรีย ที่พบได้แต่น้อยเช่นวัณโรคปอด ที่ทำให้มีอาการไอเรื้อรังหรือมีความผิดปกติของสายเสียงเอง

กล่องเสียงอักเสบจากภาวะกรดไหลย้อนคือภาวะน้ำย่อยในกระเพาะออกมาระคายเคืองที่กล่องเสียง บางคนอาจมีอาการเรอเปรี้ยว แสบในอกร่วมด้วย  รู้สึกคล้ายมีก้อนจุกอยู่ในคอ มีเสมหะเหนียวๆ ในคอ และระคายคอ
กล่องเสียงอักเสบจากการสูบบุหรี่ ควันบุหรี่ทำให้มีการระคายเคืองของกล่องเสียงและสายเสียง รวมทั้งเป็นปัจจัยเสียงของการเกิดมะเร็งกล่องเสียงด้วย
 ติ่งเนื้อที่เกิดจากการใช้เสียงมาก ใช้เสียงผิดวิธี หรือเนื้องอกของสายเสียง แบ่งได้เป็นชนิดร้ายแรงและชนิดไม่ร้ายแรง
การได้รับกระแทกบริเวณกล่องเสียง อาจทำให้กระดูกอ่อนของกล่องเสียงแตกหัก
ไฟลวกบริเวณใบหน้าหรือส่วนบนของลำตัว หายใจเอาลมร้อนจัดเข้าไปลวกเยื่อบุของทางเดินหายใจรวมทั้งกล่องเสียง 
สาเหตุอื่นเช่น ภูมิแพ้  เสียงแหบขณะมีรอบประจำเดือน หรือสายเสียงที่เปล่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น
ส่วนกลุ่มที่เกิดจากความผิดปกติในการทำหน้าที่ของสายเสียงโดยที่ไม่พบพยาธิสภาพของเส้นเสียง ได้แก่

          - อัมพาตของสายเสียง คือสายเสียงไม่สามารถขยับได้ตามปกติ อาจเป็นข้างเดียวหรือ 2 ข้าง สาเหตุที่พบบ่อย คือ ภายหลังการผ่าตัดต่อมธัยรอยด์ที่คอ แล้วมีการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของสายเสียง ทำให้สายเสียงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ, มะเร็งต่อมธัยรอยด์, อัมพาตของสายเสียงอาจเกิดจากพยาธิสภาพในส่วนของปอดหรือทรวงอก เช่น มะเร็งในปอด เส้นเลือดในทรวงอกโป่งพอง เป็นต้น
          - พวกที่ใช้เสียงผิดจนติดเป็นนิสัย 
          - พวกที่มีความผิดปกติทางด้านจิตใจ อาจทำให้เกิดเสียงเปลี่ยน หรือไม่มีเสียงเลยได้

เสียงแหบจากหวัดหรือคออักเสบ สามารถรักษาได้โดยแพทย์ทั่วไป แต่ถ้าแหบนานเกิน 2 สัปดาห์หรือไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ควรมาพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อตรวจสายเสียงและกล่องเสียงโดยตรง ปัญหาเสียงแหบควรได้รับการแก้ไขโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ คือ แพทย์และบุคลากรด้านนี้โดยตรง
เมื่อไรที่ควรพบแพทย์หู คอ จมูก
►   เสียงแหบนานเกินกว่า 2-3 สัปดาห์
►   เมื่อมีเสียงแหบร่วมกับเจ็บในคอ (ที่ไม่ใช่หวัด) ไอเป็นเลือด มีอาการกลืนลำบาก รู้สึกมีก้อนในคอ คลำได้ก้อนที่คอ
แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจสายเสียง และกล่องเสียง โดยใช้กระจกส่องตรวจที่บริเวณกล่องเสียง บางครั้งอาจใช้กล้องขนาดเล็ก (Fiberoptic Laryngoscope) ส่องผ่านจากจมูกลงไปที่คอเพื่อดูกล่องเสียง และบันทึกเทปไว้ การตรวจวิธีนี้ไม่ทรมาน และไม่เจ็บ ถ้าพบก้อนเนื้องอกที่น่าสงสัย แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อบางส่วนไปตรวจ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอนและให้การรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
การปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการเสียงแหบ
►   พักการใช้เสียง หรือใช้เสียงเท่าที่จำเป็น
►   ฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง ในกรณีที่ใช้เสียงผิดวิธี เช่น ชอบตะโกน ตะเบ็งเสียงเป็นประจำ
►   หลีกเลี่ยงควันบุหรี่
►   หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ เช่น แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ดื่มน้ำเปล่ามากๆ
►   หลีกเลี่ยงภูมิอากาศที่แห้งแล้ง
►   หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

      ส่วนการรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เป็น ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้หากเกิดจากการอักเสบติดเชื้อ ถ้ามีตุ่มหรือก้อนเนื้อที่สายเสียงบางครั้งอาจต้องใช้วิธีส่องกล้องเพื่อตัดก้อนเนื้อออก ส่งชิ้นเนื้อตรวจเพื่อการวิจฉัยและการรักษาต่อไป


คออักเสบ (Pharyngitis)




         คออักเสบ (Pharyngitis) เป็นภาวะการณ์อักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอที่อยู่บริเวณหลังช่องปากเข้าไปมีการอักเสบ บวม ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอเป็นสำคัญ และเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีทั้งกลุ่มโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ แต่สาเหตุที่พบบ่อยๆจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียเป็นส่วนใหญ่
          คออักเสบเป็นภาวะติดเชื้อที่พบได้บ่อยมาก สามารถพบเกิดได้ในทุกช่วงอายุ แต่ในเด็กจะพบได้บ่อยกว่าในผู้ใหญ่ ความรุนแรงของโรคมักมีไม่มาก และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วันถ้าเกิดการติดเชื้อไวรัส แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้มีอาการนานกว่า

สาเหตุของคออักเสบ
          คออักเสบส่วนใหญ่กว่า 90% เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ อีสุกอีใส คอตีบหรือกลุ่มอาการครุ้ป (Croup) โรคหัด หรือไวรัสเอชไอวีเป็นต้น อีกส่วนหนึ่ง คออักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่นโรคคออักเสบ (Strep Throat)จากแบคทีเรียสเตรปโทค็อคคัส(Streptococcus) โดยการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียมักเกิดจากการที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อซึ่งกระจายอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ หรือสัมผัสกับเชื้อโดยตรง ส่วนสาเหตุอื่นๆที่อาจเป็นปัจจัยทำให้เกิดคออักเสบ ได้แก่
   1.สภาพอากาศหนาวเย็น อยู่ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว ซึ่งเอื้อต่อการระบาดของไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
   2.มีสิ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคืองภายในลำคอ
   3.กล้ามเนื้อตึงในคอ
   4.อาการแพ้ หรือเป็นโรคภูมิแพ้
   5.กรดไหลย้อน
   6.ป่วยด้วยการติดเชื้อบริเวณไซนัสบ่อยๆ
   7.มีเนื้องอกบริเวณลำคอ ลิ้น หรือกล่องเสียง
   8.อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เจ็บคอ คออักเสบ หรือเป็นไข้หวัด
   9.อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ
   10.สูบบุหรี่ หรืออยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่แล้วได้รับควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกาย

อาการของคออักเสบ
      บริเวณที่เป็นคออักเสบจะอยู่พื้นที่ระหว่างหลังโพรงจมูกกับกล่องเสียง เมื่อเชื้อเข้ามาจะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นและทำลายเซลล์จนเกิดการอักเสบ โดยถ้าเป็นเชื้อไวรัสมักจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 1-3 วัน แต่ถ้าเป็นเชื้อแบคทีเรียจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2-5 วัน
1.ในรายที่คออักเสบจากเชื้อไวรัส ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่จะไม่เจ็บตอนกลืน ผนังคอหอยอาจมีลักษณะแดงเพียงเล็กน้อยหรือไม่ชัดเจน ร่วมกับมีอาการหวัด น้ำมูกใสไหล ไอ เสียงแหบ มีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย ตาแดง บางรายอาจมีอาการท้องเดินหรือถ่ายเหลวร่วมด้วย
2.ในรายที่คออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอมากจนกลืนน้ำและอาหารลำบาก ผนังคอหอยหรือเพดานอ่อนมีลักษณะแดงจัดและบวม มีจุดหนองที่คอหอย มักจะไม่มีอาการน้ำมูกไหล ไอ หรือตาแดงแบบการอักเสบจากไวรัส แต่จะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และอาจพบต่อมน้ำเหลืองโต บางรายอาจมีอาการปวดท้องหรืออาเจียนร่วมด้วย



การวินิจฉัยคออักเสบ


          แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากลักษณะทางคลินิก เช่นประวัติอาการของผู้ป่วย การตรวจร่างกาย การตรวจดูในลำคอ การตรวจคลำต่อมน้ำเหลืองลำคอ และอาจร่วมกับการตรวจทางหู คอ จมูก แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม เช่นการตรวจย้อมเชื้อและหรือเพาะเชื้อจากสารคัดหลั่ง เมหะ หรือจากลำคอ การตรวจเลือด(CBC) การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดเพื่อดูสารก่อภูมิต้านทานโรคติดเชื้อต่างๆ การเอ็กซเรย์ภาพปอดในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไอมากร่วมกับมีเสมหะมาก

การปฏิบัติตนเมื่อคออักเสบ
   1.ควรหยุดงาน หยุดเรียน จนกว่าไข้จะลดลงแล้วอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
   2.ควรแยกของใช้ส่วนตัวโดยเฉพาะแก้วน้ำ ช้อน จาน ชามออกจากผู้อื่น และเวลาไอหรือจามควรใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูกเสมอ
   3.รักษาสุขอนามัยพื้นฐานให้ดี เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อรุนแรง และลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น
   4.พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำ
   5.รับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำซุป นม น้ำหวาน เป็นต้นโดยรับประทานครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง
   6.กลั้วคอด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อรักษาความสะอาดของช่องปากและเพื่อให้ช่องปากชุ่มชื้น
   7.งดการใช้เสียง งดการสูบบุหรี่และงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
   8.ถ้ามีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็น และรับประทานยาพาราเซตตามอลเป็นครั้งคราวเมื่อมีไข้หรือเจ็บคอมาก
   9.อมยาบรรเทาอาการเจ็บคอ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
  10.ถ้ามีอาการน้ำมูกหรือเสมหะเป็นสีเหลืองเขียว ปวดหู หูอื้อ มีไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย หรือมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ หรืออาการคออักเสบเป็นอยู่นานเกิน 7 วัน ให้รีบไปพบแพทย์
  11.ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และรับประทานยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ไม่หยุดยาเองแม้อาการจะดีขึ้น และไปพบแพทย์ตามนัดเสมอ
 12.ควรรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่ออาการต่างๆเลวลง  เช่นยังมีไข้สูง หรือมีอาการเจ็บคออีก หลังจากอาการเดิมดีขึ้นแล้ว ยังคงมีเสียงแหบหลังจากอาการต่างๆดีขึ้นแล้ว รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย มีผื่นขึ้นตามมาหลังจากมีไข้หรือหลังไข้ลง มีน้ำมูกหรือเสมหะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหลืองหรือยังคงมีน้ำมูก เสมหะเรื้อรังหลังจากอาการต่างๆหายแล้ว

          ผู้ที่เป็นโรคคออักเสบมักจะเกิดในฤดูหนาวและติดต่อกัน ฉะนั้นเมื่อมีอาการต่างๆดังกล่าวเบื้องต้น โดยเฉพาะถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบพบแพทย์ทันทีก่อนอาการจะลุกลามนะคะ





วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มนต์เรียกลูกค้า

อ้อมทิพย์  ศรีสุวรรณ์  หัวหน้าตึกเฮเลนนิวแมน 3/Nursery
                                                                                              
                   เคยมีใครตั้งข้อสงสัยถึงบางสิ่งบางอย่างใกล้ตัวหรือเปล่า  อย่างเช่น บางทีร้านอาหารอยู่ติดๆกันหลายๆร้าน กลับมีร้านอยู่ร้านเดียวที่มีลูกค้าเข้าคิวรออยู่เยอะแยะ บางร้านแทบไม่มีคนเข้าร้านเลย ทั้งๆที่อาหารดี คุณภาพใกล้ๆเคียง เมนูอาหารก็เหมือนกัน มันต้องมีอะไรซักอย่างที่มากกว่านั้นแน่
                      แต่ตอนนี้จะมาตั้งข้อสังเกตเรื่องของถนนสายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลย่านชุมชนคลินิก โพลีคลินิก คลินิกเฉพาะทาง ทั้งโรค หู ตา กระดูก อายุรกรรม ทันตแพทย์ ทุกๆคลินิกมารวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มก้อน ใกล้ๆกัน ในถนนสายตลาดสามแยก หากหลังห้าโมงเย็นเป็นต้นไป ใครไปตลาดเพื่อช็อบปิ้งการรักษาพยาบาลตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วล่ะก็  เชิญเลือกสรรหาตามใจชอบ ว่าใครเป็นอะไรจะเข้ารักษาโรคระบบไหน ช็อบปิ้งได้ตามใจชอบ
                     แต่ก็อีกนั่นแหละ….  เอ๊ะ! ทำไมคลินิกของหมอคนนี้ คนไข้เยอะจัง คลินิกของหมอฝั่งตรงข้ามกลับไม่มีคนไข้เลย หรือมองอีกทีก็มีแค่บางตา..  บางคลินิกทำสถานที่ใหญ่โต ประดับตกแต่งสวยงาม สะอาดสะอ้านแต่ก็ไม่สามารถเรียกลูกค้าได้เท่าคลินิกที่ดูธรรมดาๆ  แต่การรักษาน่าเชื่อถือ เครื่องมือและหมอก็สูงอายุ ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้คนไข้ที่ฝากความเชื่อถือและมารักษาเป็นประจำ..  ความลับที่ว่านั้นคืออะไรกัน
                    วันหนึ่งเมื่อลูกสาวไม่สบาย เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ  ได้พาลูกสาวไปหาหมอที่คลินิกแห่งนั้น เย็นนั้นมีคนไข้คราคร่ำหนาตาเช่นเคย..  หมอคนเดียววุ่นเข้าห้องตรวจห้องนั้น ออกห้องนี้ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  แต่ทุกๆครั้งที่ตรวจอาการคนไข้เสร็จแล้ว  หมอก็จะนั่งลงบอกถึงวิธีการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อให้หายเร็วๆ ดังนี้
                   หนูเป็นไข้นะครับ….  อย่ากินขนมหวานเยอะ น้ำเย็น ของหวานของเย็นงดกินก่อนนะครับ อาบน้ำอุ่นด้วย  คุณหมอท่าทางใจดีบอกเด็กน้อยหน้าแดงเพราะพิษไข้ที่จ้องตาแป๋วอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจฟัง
                   โรคนี้มันติดต่อกันได้ทางลมหายใจ ไอ จาม นะครับ 
ถ้าจะให้ดี แม่หาผ้ามาปิดปากให้ด้วยก็ดี อย่าไอจามรดกัน” 
คำอธิบาย สั้นๆเข้าใจง่าย สองสามประโยคนั้นมีความหมายมหาศาล
เพราะลูกสาวเชื่อฟังเป็นอย่างดี ไม่มีแอบกินไอติมหรือ
ช็อคโกแลตอย่างเคยแถมคุณหมอใจดียังแนะนำให้
กินผักผลไม้เยอะๆ และเด็กน้อยก็กินเมนูผักและผลไม้โดยไม่งอแง 
ทั้งๆที่ปกติจะไม่ชอบกินเป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะคุณหมอสั่ง
                    นอกจากยาแก้อักเสบที่สั่งรักษาเหมือนๆ กันตามตำรารักษาแล้ว คุณหมอยังกรุณาบอกวิธีปฏิบัติตัวให้หายป่วยเร็วๆ อีกด้วย  ทุก case ขอย้ำว่า ระหว่างนั่งสังเกตอยู่ คุณหมอมีคำแนะนำเฉพาะโรคทุก case และคนไข้ก็ตั้งอกตั้งใจฟังเพื่อนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง  ยกตัวอย่างเช่นลูกสาวผู้เขียนเป็นต้น คำแนะนำง่ายๆ เหล่านี้ บางทีเราก็คิดว่าคนไข้รู้แล้ว หรือลืมให้ความสำคัญไป แต่ถ้าหากผู้ที่ให้การรักษาพยาบาลไม่ลืม และย้ำให้คนไข้ได้รู้ได้เข้าใจและปฏิบัติตามก็จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง
                    ถ้าหากจะมีประโยชน์ยิ่งกว่านั้นก็คือ เราจะต้องไม่ลืมหน้าที่ของพยาบาลของเราด้วย  บางสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราปล่อยให้หลงลืมหายไป เพราะคิดว่าคนไข้น่าจะรู้ น่าจะปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง หรือคนใกล้ชิดน่าจะบอกแล้ว  ถ้าหากเราคิดอย่างนั้นก็น่าเสียดายว่า บทบาทของพยาบาลจะถูกกลืนหาย และในท่ามกลางถนนของการรักษาพยาบาลที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เราจะถูกทิ้งให้เป็นคลินิกที่มีคนไข้บางตาที่นั่งมองคลินิกฝั่งตรงข้ามว่า ทำไมคลินิกฝั่งตรงข้ามถึงมีคนมาให้รักษาหนาแน่น น่าเชื่อถือ ความลับของการครองใจคนไข้คืออะไร ?   

โรคไบโพล่าร์ (Bipolar Disorder)

Embed from Getty Images  โรคไบโพล่าร์ (Bipolar Disorder)            ปัจจุบันโลกเราทุกวันนี้มีแต่การแข่งขัน แก่งแย่งกันตลอดเวลา จนทำ...