แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มนต์เรียกลูกค้า

อ้อมทิพย์  ศรีสุวรรณ์  หัวหน้าตึกเฮเลนนิวแมน 3/Nursery
                                                                                              
                   เคยมีใครตั้งข้อสงสัยถึงบางสิ่งบางอย่างใกล้ตัวหรือเปล่า  อย่างเช่น บางทีร้านอาหารอยู่ติดๆกันหลายๆร้าน กลับมีร้านอยู่ร้านเดียวที่มีลูกค้าเข้าคิวรออยู่เยอะแยะ บางร้านแทบไม่มีคนเข้าร้านเลย ทั้งๆที่อาหารดี คุณภาพใกล้ๆเคียง เมนูอาหารก็เหมือนกัน มันต้องมีอะไรซักอย่างที่มากกว่านั้นแน่
                      แต่ตอนนี้จะมาตั้งข้อสังเกตเรื่องของถนนสายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลย่านชุมชนคลินิก โพลีคลินิก คลินิกเฉพาะทาง ทั้งโรค หู ตา กระดูก อายุรกรรม ทันตแพทย์ ทุกๆคลินิกมารวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มก้อน ใกล้ๆกัน ในถนนสายตลาดสามแยก หากหลังห้าโมงเย็นเป็นต้นไป ใครไปตลาดเพื่อช็อบปิ้งการรักษาพยาบาลตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วล่ะก็  เชิญเลือกสรรหาตามใจชอบ ว่าใครเป็นอะไรจะเข้ารักษาโรคระบบไหน ช็อบปิ้งได้ตามใจชอบ
                     แต่ก็อีกนั่นแหละ….  เอ๊ะ! ทำไมคลินิกของหมอคนนี้ คนไข้เยอะจัง คลินิกของหมอฝั่งตรงข้ามกลับไม่มีคนไข้เลย หรือมองอีกทีก็มีแค่บางตา..  บางคลินิกทำสถานที่ใหญ่โต ประดับตกแต่งสวยงาม สะอาดสะอ้านแต่ก็ไม่สามารถเรียกลูกค้าได้เท่าคลินิกที่ดูธรรมดาๆ  แต่การรักษาน่าเชื่อถือ เครื่องมือและหมอก็สูงอายุ ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้คนไข้ที่ฝากความเชื่อถือและมารักษาเป็นประจำ..  ความลับที่ว่านั้นคืออะไรกัน
                    วันหนึ่งเมื่อลูกสาวไม่สบาย เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ  ได้พาลูกสาวไปหาหมอที่คลินิกแห่งนั้น เย็นนั้นมีคนไข้คราคร่ำหนาตาเช่นเคย..  หมอคนเดียววุ่นเข้าห้องตรวจห้องนั้น ออกห้องนี้ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  แต่ทุกๆครั้งที่ตรวจอาการคนไข้เสร็จแล้ว  หมอก็จะนั่งลงบอกถึงวิธีการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อให้หายเร็วๆ ดังนี้
                   หนูเป็นไข้นะครับ….  อย่ากินขนมหวานเยอะ น้ำเย็น ของหวานของเย็นงดกินก่อนนะครับ อาบน้ำอุ่นด้วย  คุณหมอท่าทางใจดีบอกเด็กน้อยหน้าแดงเพราะพิษไข้ที่จ้องตาแป๋วอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจฟัง
                   โรคนี้มันติดต่อกันได้ทางลมหายใจ ไอ จาม นะครับ 
ถ้าจะให้ดี แม่หาผ้ามาปิดปากให้ด้วยก็ดี อย่าไอจามรดกัน” 
คำอธิบาย สั้นๆเข้าใจง่าย สองสามประโยคนั้นมีความหมายมหาศาล
เพราะลูกสาวเชื่อฟังเป็นอย่างดี ไม่มีแอบกินไอติมหรือ
ช็อคโกแลตอย่างเคยแถมคุณหมอใจดียังแนะนำให้
กินผักผลไม้เยอะๆ และเด็กน้อยก็กินเมนูผักและผลไม้โดยไม่งอแง 
ทั้งๆที่ปกติจะไม่ชอบกินเป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะคุณหมอสั่ง
                    นอกจากยาแก้อักเสบที่สั่งรักษาเหมือนๆ กันตามตำรารักษาแล้ว คุณหมอยังกรุณาบอกวิธีปฏิบัติตัวให้หายป่วยเร็วๆ อีกด้วย  ทุก case ขอย้ำว่า ระหว่างนั่งสังเกตอยู่ คุณหมอมีคำแนะนำเฉพาะโรคทุก case และคนไข้ก็ตั้งอกตั้งใจฟังเพื่อนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง  ยกตัวอย่างเช่นลูกสาวผู้เขียนเป็นต้น คำแนะนำง่ายๆ เหล่านี้ บางทีเราก็คิดว่าคนไข้รู้แล้ว หรือลืมให้ความสำคัญไป แต่ถ้าหากผู้ที่ให้การรักษาพยาบาลไม่ลืม และย้ำให้คนไข้ได้รู้ได้เข้าใจและปฏิบัติตามก็จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง
                    ถ้าหากจะมีประโยชน์ยิ่งกว่านั้นก็คือ เราจะต้องไม่ลืมหน้าที่ของพยาบาลของเราด้วย  บางสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราปล่อยให้หลงลืมหายไป เพราะคิดว่าคนไข้น่าจะรู้ น่าจะปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง หรือคนใกล้ชิดน่าจะบอกแล้ว  ถ้าหากเราคิดอย่างนั้นก็น่าเสียดายว่า บทบาทของพยาบาลจะถูกกลืนหาย และในท่ามกลางถนนของการรักษาพยาบาลที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เราจะถูกทิ้งให้เป็นคลินิกที่มีคนไข้บางตาที่นั่งมองคลินิกฝั่งตรงข้ามว่า ทำไมคลินิกฝั่งตรงข้ามถึงมีคนมาให้รักษาหนาแน่น น่าเชื่อถือ ความลับของการครองใจคนไข้คืออะไร ?   

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อีสุกอีใส









    เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอีสุกอีใส
ผู้ป่วยจะมีอาการไข้และมีตุ่มขึ้นทั่วไป
ตามร่างกาย

การติดต่อ :
    ติดต่อทางลมหายใจหรือสัมผัส
บริเวณตุ่มน้ำใสโดยตรง มีระยะฟักตัว
เฉลี่ย 14-16 วัน ผู้ที่เป็นสุกใส สามารถ
แพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1-2 วัน ก่อนผื่นขึ้น
จนกระทั่งผื่นผิวหนังตกสะเก็ด



                             อาการ :
                  1.  อาการสำคัญ จะมีไข้ อ่อนเพลีย บางรายไข้อาจสูงถึง 39 องศาเซลเซียส
                       ต่อเนื่องได้นาน 3-6 วัน
                  2.  จะมีผื่นขึ้นพร้อมๆ กันกับมีไข้ หรือ 1 วันหลังจากมีไข้ เิริ่มแรกจะขึ้นเป็นตุ่ม
                       แดงราบก่อน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใสๆ อยู่ข้างในและมีอาการคัน
                       ต่อมาเป็นหนอง หลังจากนั้น 2-4 วัน ก็จะตกสะเก็ด ผื่นและตุ่มจะขึ้นตาม
                       ไรผมก่อน แล้วลามไปตามหน้า ลำตัวและแผ่นหลัง

                            อาการแทรกซ้อน :
                     ที่อาจพบ ได้แก่ ปอดอักเสบ (คือมีอาการไข้ หายใจหอบ) สมองอักเสบ (มีไข้ ซึม ชัก
          หรือหมดสติ) แต่พบเป็นส่วนน้อยเท่านั้น  นอกจากนี้ ยังอาจพบภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น
          ตับอักเสบ ข้ออักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไตอักเสบ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (เลือดออกง่าย)
          ภาวะโลหิตเป็นพิษ เป็นต้น

                      หญิงที่ตั้งครรภ์ถ้าเป็นอีสุกอีใสในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจมีผลทำให้
          ทารกที่คลอดออกมาพิการได้ประมาณร้อยละ 5 เช่น มือเท้าเล็ก สมองพิการและในช่วง 3 เดือน
          สุดท้ายของการตั้งครรภ์ ถ้าแม่เป็นโรคนี้ 5 วันก่อนคลอดจนถึง 2 วันหลังคลอดทารกที่เกิดมา
          มีโอกาสติดเชื้อกลายเป็นโรคอีสุกอีใสชนิดรุนแรง

          การป้องกัน :
                      ปัจจุบันมีวัคซีนฉีดป้องกันโรคอีสุกอีใสแล้ว โดยให้ฉีด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็ก
          อายุ 12 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4-6 ปี จะป้องกันโรคได้ตลอดไป

                      สามารถฉีดได้ในทุกอายุ โดยฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน

                      ถึงแม้ได้รับวัคซีนแล้วบางรายอาจเกิดผื่นอีสุกอีใสขึ้นได้หลังไปสัมผัสโรค แต่อาการ
          จะไม่รุนแรง มีไข้ต่ำและมีตุ่มน้ำน้อยกว่า 50 ตุ่มและไม่ค่อยเกิดแผลเป็น ยังพบว่าเด็กที่ได้รับ
          วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส เมื่อมีอายุมากขึ้น จะพบอุบัติการณ์และความรุนแรงของการป่วย
          เป็นโรคงูสวัด น้อยกว่าเด็กที่เป็นโรคอีสุกอีใสตามธรรมชาติ

          การดูแลรักษา :
                      สามารถรักษาตามอาการ โดยใช้ยาลดไข้ ลดอาการคัน แนะนำเรื่องการดูแล
          สุขอนามัยของผิวหนัง เช่น ตัดเล็บให้สั้น และให้ยาปฏิชีวนะถ้ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน

                      กรณีที่เป็นรุนแรงหรือเด็กโตหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อ
          พิจารณาให้ยาต้านไวรัส

         การดูแลรักษาตนเองสามารถกระทำได้ ดังนี้ :
                  1.  ตัดเล็บให้สั้นและล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ ระวังอย่าแกะหรือเกาตุ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้
         ตุ่มกลายเป็นหนอง
                  2.  ควรอาบน้ำและฟอกสบู่วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
                  3.  ถ้ามีอาการปากเปื่อย ลิ้นเปื่อย ให้กลั้วปากด้วยน้ำเกลือ (ผสมเกลือป่นครึ่งช้อนโต๊ะ
         น้ำอุ่น 1 แก้ว) วันละ 2-3 ครั้ง และให้ผู้ป่วยกินอาหารอ่อนๆ
                  4.  ให้ผู้ป่วยกินอาหารได้ปกติและควรบำรุงด้วยอาหารพวกโปรตีน โรคอีสุกอีใสนี้ไม่มี
         ของแสลงแต่อย่างใด
                  5.  ถ้ามีไข้สูงให้กินยาลดไข้ พาราเซตามอล



โรคไบโพล่าร์ (Bipolar Disorder)

Embed from Getty Images  โรคไบโพล่าร์ (Bipolar Disorder)            ปัจจุบันโลกเราทุกวันนี้มีแต่การแข่งขัน แก่งแย่งกันตลอดเวลา จนทำ...