วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ทางเดินหายใจอักเสบจากเชื้อ RSV

ทางเดินหายใจอักเสบจากเชื้อ RSV "โรคติดเชื้อเฉียบพลัน.. ของระบบหายใจในเด็ก"




         สาเหตุ RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบในผู้ป่วยทุกอายุ การติดเชื้อ RSV เกิดซ้ำได้ตลอดชีวิต เด็กติดเชื้อ RSV มากที่สุดในช่วงอายุ 6 สัปดาห์ ถึง 8 เดือน เด็กทุกคนเคยติดเชื้อ RSV แล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง เมื่ออายุ 3 ปี
อัตราการเกิดโรค ผู้ป่วยทุกคนที่ติดเชื้อ RSV จะมีน้ำมูกใส ไอ ในเด็กเล็กถ้าเป็นการการติดเชื้อครั้งแรก จะพบหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ(ปอดบวม) ได้ 20%-30%

       ระยะฟักตัวตั้งแต่ได้รับเชื้อRSVจนเกิดอาการประมาณ 2-8 วัน (ส่วนใหญ่4-6 วัน)

         อาการ เริ่มต้นมีน้ำมูกใส (ซึ่งจะมีอยู่ตลอดการเจ็บป่วย) ต่อมาไอ (อาการอาจเกิดพร้อมกับน้ำมูกใสแต่ส่วนใหญ่เกิดตามหลัง 1-3 วัน) อาจมีอาการจาม ไข้ต่ำๆ (ไข้อาจมีหรือไม่มีก็ได้) ร่วมด้วย หลังไอไม่นาน เด็กเล็ก จะหายใจเร็ว หอบเหนื่อย เสียงหายใจดัง "วี๊ดๆ" ถ้าโรครุนแรงมากขึ้นอาจมีไข้สูง อาการไอ หายใจเร็ว หอบเหนื่อย เสียงหายใจดัง "วี๊ดๆ" จะมากขึ้น หน้าอกบุ๋ม ซึม กระสับกระส่าย ท้องอืด เด็กโตและผู้ใหญ่ จะมีเพียงน้ำมูกใสไอ เท่านั้น เพราะเป็นการติดเชื้อซ้ำความรุนแรงของโรคจึงน้อยกว่าเด็กเล็ก ซึ่งเป็นการติดเชื้อครั้งแรก

      การติดต่อ เชื้อ RSV เข้าสู่ร่างกายทาง ตา จมูก และติดต่อจากคนสู่คน ดังนี้ ละอองฝอย โดยการไอหรือจาม ทำให้เชื้อ RSV ที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ของผู้ป่วยกระจายออกไปได้ไกล 1-2 เมตร การสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ของผู้ป่วยโดยตรง หรือผ่านของเล่น เครื่องใช้รอบตัวผู้ป่วยที่มีเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วยติดอยู่ (เชื้อ RSV สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมง)


ระยะติดต่อ ผู้ป่วยแพร่เชื้อ RSV ได้นาน 3-8 วัน ส่วนเด็กเส็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องแพรร่เชื้อได้นาน 3-4 สัปดาห์


การติดเชื้อ

  • เด็กเมื่อติดเชื้อ RSV แล้ว ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะไม่ดี และอยู่ไม่นาน เด็กจึงติดเชื้อซ้ำได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลง
  • การติดเชื้อ RSV เกิดซ้ำได้หลายครั้งด้วยเชื้อตัวเดิม และสามารถเกิดได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ หลังจากโรคหายแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดซ้ำ
  • เมื่อมีการระบาดของโรค การติดเชื้อซ้ำจะพบได้ 10-20% ต่อการระบาดแต่ละปี ผู้ใหญ่มีการติดเชื้อ RSV ซ้ำได้ แต่พบน้อยกว่าเด็ก
    การติดเชื่อ


อาการแทรกซ้อน
  1. หูชั้นกลางอักเสบ พบได้ 40% อาจเกิดจากเชื้อ RSV โดยตรง หรือจากเชื้อแบคทีเรียทั้งสองอย่าง
  2. ปอดอักเสบ (ปวดบวม) จากเชื้อแบคทีเรีย
  3. เด็กขวบปีแรกที่เป็นหลอดลมอักเสบรุนแรงจากเชื้อ RSV ต่อมาจะมีโอกาสเกิดเป็นโรคหอบหืด 30% และ ถ้าเด็กเป็นโรคภูมิแพ้ มีผื่นแพ้ หีือมีประวัติโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ในครอบครัวจะยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหอบหืดมากขึ้น
การรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงให้ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานยาตามแพทย์สั่ง เด้กที่มีอาการรุนแรงควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล
ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยที่เมื่อติดเชื้อ RSV แล้วจะมีอาการรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อน ได้สูง ได้แก่
  • เด็กเล็ก
  • เด็กเกิดก่อนกำหนด
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคกล้ามเนื้อ โรคปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ผู้ป่วยที่ควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล มักจะเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ไข้สูง อาเจียนมาก ดูดนมไม่ได้ หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ซึม กระสับกระส่าย ท้องอืด


การป้องกัน
  • อย่าให้เด็กเอามือที่ไม่สะอาดถูกตา จมูก เพราะเป็นทางเข้าของเชื้อ RSV 
  • งดพาเด็กไปสถานที่มีผู้คนแออัด อยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี
  • ให้เด็กเล็กอยู่กับบ้าน ไม่ส่งไปรับเลี้ยงเด็ก
  • หลังจากเด็กสำผัสของเล่น และสิ่งของใช้ร่วมกัน ควรล้างมือเด็กด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลถูให้ทั่วมือจนแอลกอฮอล์เจลแห้ง ควรทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของที่ใช้ร่วมกันให้สะอาดอยู่เสมอ คนในบ้าน ถ้าไอจามให้ปิดปาก ปิดจมูกด้วย คอเสื้อ แขนเสื้อ ทิชชู หรือหน้ากากอนามัย ก่อนจะจับหรืออุ้มเด็กหรือล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาด หรือใช้แอลกอฮอล์เจอแห้ง