วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

ทำอย่างไรเมื่อใจมีทุกข์


ผู้เขียน คศ.สุดาทิพย์ ทรงศักดิ์ปรีชา
อนุศาสกโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

เมื่อพูดถึงความทุกข์ บางครั้งสาเหตุก็เกิดขึ้นเพราะเราทำให้มันเกิดทุกข์เอง หรือบางครั้งคนอื่นก็เป็นเหตุทำให้เรามีทุกข์ด้วยเช่นกัน คนเราเมื่อมีสุข บางครั้งก็มีทุกข์ เมื่อสมหวังบางครั้งก็ผิดหวัง บางครั้งก็ร้องไห
เราทุกคนไม่อาจรู้ได้ว่าเราจะเจอกับอะไรในชีวิตของเราและจะเกิดขึ้นเมื่อใด จากประสบการณ์ส่วนตัว ข้าพเจ้าอยากหนุนใจทุกท่านที่อ่านว่า พระวจนะของพระเจ้าเป็นหนทางที่นำเราให้รู้วิธีการเผชิญความทุกข์ที่เกิดขึ้น เพราะพระวจนะของพระเจ้าเป็นคนตอบ เป็นคนสอน ที่จะทำให้เราสามารถเผชิญกับความทุกข์ได้ เมื่อใดที่เจอกับวามทุกข์ขอให้ท่านทราบว่า

1. ฟิลิปปี 4:6 -7 "อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใด ๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐานการวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจจะคุ้มครอบจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์" เมื่อใดที่เกิดความทุกข์ให้อธิษฐานต่อพระเจ้า พระองค์ทรงอยู่ใกล้และฟังทุกคนที่ร้องทูลพระองค์

2 ฟิลิปปี 4:11 - 13 "ข้าพเจ้าไม่ได้บ่นถึงเรื่องความขัดสนเพราะข้าพเจ้าจะมีฐานะอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจอยู่อย่างนั้น ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำและรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยากความสมบูรณ์พูนสุขและความขัดสน ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า" จงเรียนรู้ที่จะเผชิญกับความทุกข์นั้นโดยขอกำลังและการช่วยเหลือจากพระเจ้าแล้วท่านจะผ่านกับความทุกข์นั้นไปได้

3. 1 เปโตร 2:21-24 "เพราะพระเจ้าทรงใช้ท่านสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะว่าพระคริสต์ก็ได้ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ให้เป็นแบบอย่างแก่ท่านเพื่อท่านจะได้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำบาปเลยและไม่ได้ตรัสคำเท็จเลย เมื่อเขากล่าวด้วยคำหยาบคายต่อพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงมาดร้าย แต่ทรงมอบเรื่องของพระองค์ไว้แก่พระเจ้าผู้ทรงพิพากษาอย่างยุติธรรม พระองค์เองได้ทรงรับแกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ที่ต้นไม้นั้นเพื่อว่าเราทั้งหลายจะได้ตายจากบาปได้และดำเนินชีวิตตามคลองธรรม ด้วยบาดแผลของพระองค์ ท่านทั้งหลายจึงได้รับการรักษาให้หาย "จงมอบความทุกข์นั้นไว้แด่พระเจ้าพระองค์รู้และเข้าใจเราทุกอย่างเพียงแต่เราต้องวางใจในพระองค์ ไม่ใชวิธีที่ผิดในการเผชิญกับความทุกข์"

ถ้าท่านทำได้ตามพระวจนะของพระเจ้าตามที่ได้เสนอข้างต้น ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่ว่าความทุกข์จะเข้ามาในชีวิตเราในรูปแบบไหน ท่านจะชนะกับมันได้ ท้ายนี้อยากหนุนใจด้วยพระวจนะของพระเจ้า ในโรม 5:3-4 "ยิ่งกว่านั้นเราชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้นทำให้เกิดความอดทน และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้" ขอพระเจ้าทรงอวยพระพร


วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552

ถนนสายนี้ มีความหมายต่อโรงพยาบาลแมคคอร์มิค คือ ถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน (สายเก่า) ช่วงที่ผ่านอำเภอสารภี


บทความโดย อ้อมทิพย์ ศรีสุวรรณ์ / หัวหน้าตึกเฮเลนนิวแมน 3 / Nursery


วันหนึ่งในฤดูร้อน... มีเหตุต้องขับรถฝ่าเปลวแดดอันร้อนแรงระอุเพื่อออกจากจังหวัดลำพูน ไปโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากใช้ถนนสายเลียบทางรถไฟ (Local Road) บ่อย ๆ จนคุ้นชินกับเส้นทางที่ตัดตรงและสะดวกรวดเร็ว จนเผลอลืมถนนสายเก่าที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูนไปเสียสนิท.


วันนี้เป็นวันที่ไม่รีบเร่ง จึงวกมาใช้ถนนที่สองข้างทางมีต้นยางนาสูงใหญ่เรียงรายสองข้างทางเป็นทิวแถว ถนนสายเล็ก ๆ นั้นคดโค้งคดเคี้ยวแต่ทว่าเป็นเส้นทางที่ราบเรียบงามสงบ...จนดูเข้มขลังราวกับกำลังเดินทางเข้าสู่ประตูเมืองอีกเมืองหนึ่งที่งโรจน์ด้วยวัฒนธรรมอนงดงาม.


ต้นไม้ใหญ่ลำต้นยาวอายุนับร้อยปีสูงเทียมฟ้า ปรากฎร่มเงาราวกับอุโมงค์ต้นไม้ที่ทอดตัวยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุด และความร้อนระอุจากเปลวแดดดภายนอกไม่สามารถทำร้ายร่มเงาไม้สองข้างทางนั้นได้แม้แต่น้อย ยิ่งกว่านั้น กึ่งกลางลำต้นขนาดสามคนโอบยังมีกอกล้วยไม้ชื่อดอกเอื้องผึ้งพันเกี่ยวาคบออกดอกสีเหลืองชูช่อเป็นพวงย้อยห้อยระย้าประดับประดาไปตลอดทางเหมือนเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่ทำให้ผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาได้ผ่อนพักสายตาและอารมณ์จนอยากจะตั้งให้ถนนสายต้นยางนี้ว่า ถนนสายวัฒนธรรมธรรมชาติที่ควรอนุรักษ์รักษาไว้ตราบนานเท่านาน


แล้วเกี่ยวอะไรกับโรงพยาบาลแมคคอร์มิคนะ ต้องเกี่ยวอ่างแน่นอนเพราะว่าเป็นถนนที่เชื่อมนำพาคนไข้ชาวจังหวัดลำพูนมุ่งสู่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคโดยตรง จากรุ่นพ่อสู่รุ่นหลานคนไข้บางคนอาจมาโรงพยาบาลเพราะความดันโลหิตสูงจากภาวะเครียด เมื่อได้พักผ่อนสายตาแสวงหาความสงบจากถนนที่เป็นเช่นอุโมงค์ต้นไม้เช่นนี้ กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลความดันลงโดยไม่รู้ตัว หรือคนไข้บางโรคที่ใช้หลักธรรมชาติบำบัดก็จะได้ประโยชน์จากการชูช่องดงามของดอกเอื้องผึ้งที่พร้อมใจกันเบ่งบานอวดช่อสีเหลืองนวลรายเรียงเป็นทิวแถว เมื่อคนไข้มาถึงโรงพยาบลแมคคอร์มิค โรงพยาบาลที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง มีลานจอดรถมากมาย มีทั้งลานจอดรถตึก 7 ชั้น ทั้งลานจอดรถโล่งกว้างรอบ ๆ บริเวณโรงพยาบาล และหมู่ตึกที่ถูกควบคุมไม่ให้สูงเป็นแท่งทรงเรขาคณิตเพียงอย่างเดียว แต่มีหมู่ตึกไม้ที่คงสถาปัตยกรรมที่งดงามเน้นการปลูกสร้างที่เข้ากับสิ่งแวดงบ้อมที่ร่มรื่นรอบโรงพยาบาล อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีต้นไม้ให้ความร่มเย็นเหมือนโอเอซิสกลางเมืองใหญ่เหมาะแก่การพักกายพักใจอย่างแท้จริง เช่นนี้แล้ว โรงพยาบาลแมคคอร์มิคจะไม่มีความสัมพันธ์กับถนนสายนี้ได้อย่างไร.


กว่า 120 ปีที่ผ่านมา ถนนสายแห่งนี้ทอดผ่านจังหวัดลำพูนสู่จังหวัดเชียงใหม่พาเอาคนไข้จากจังหวัดลำพูนและจังหวัดใกล้เคียงมารักษาพยาบาลยังโรงพยาบาลแมคคอร์คอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย.


กว่า 120 ปีที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคได้รับความไว้วางใจรับใช้สังคมชาวล้านนา และจะสืบทอดเจตนารมณ์แก่งการรักษาพยาบาลที่สำแดงความรักขององค์พระเยซูคริสต์ตลอดไป.

กิจกรรมเนื่องใจวันมหิดล

วันที่ 24 กันยายนของทุกปีเป็น "วันมหิดล" ซึ่งเป็นวันสำคัญที่สถานบริการทางการแพทย์ทุกแห่งในประเทศไทยได้มีโอกาสรำลึกถึง "สมเด็จพระบรมราชชนก" องค์พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย โดยเฉพาะโรงพยาบาลแมคคอร์มิคเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในประเทศไทย ที่สมเด็จพระบรมราชชนกได้เสด็จ มาประทับและทรงงานด้านการแพทย์เยี่ยงสามันชน พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้วยความรักและพระทัยเมตตา เปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะเป็นที่ซาบซึ้งของผู้เจ็บป่วยและชาวล้านนา และด้วยพระกรุณาธิคุณ พระเมตตานี้ พสกนิกรได้พร้อใจกันถวายพระสมัญญานามว่า "หมอเจ้าฟ้า"

ตลอดทุกปีโรงพยาบาลแมคคอร์มิคได้จัดให้มีกิจกรรม "วันมหิดล" ขึ้นในเดือน กันยายน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียติสมเด็จพระบรมราชชนกช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับการบริการทางสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไปด้วยการตรวจร่างกายโดยแพทย์และตรวจเลือด และบริการหน่วยแพทย์สาธารณสุขเคลื่อนที่ตรวจรักษาโรคทั่วไปแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

จึงขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งรายละเอียดสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ของทางโรงพยาบาล www.mccormick.in.th