วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

โรคนิ่ว

         นิ่ว คือ ก้อนหินเล็ก ๆ ซึ่งเกิดจากการจับตัวกันของผลึกซึ่งตกเป็นตะกอนที่อยู่ในน้ำปัสสาวะที่เข้มข้น รวมตัวกันเป็นนิ่วเกิดขึ้นในไต. ซึ่งนิ่วที่เกิดขึ้นนี้ อาจจะเคลื่อนหลุดออกมาที่ท่อไต และลงไปในกระเพาะปัสสาวะ นานวันขึ้นขนาดของนิ่ว ก็จะมีโอกาสที่จะโตมากขึ้น ถ้านิ่วที่อยู่ในไตนั้นไม่เคลื่อนหลุดออกมา.

โรคนิ่วสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่พบในเพศชาย มากกว่าเพศหญิงถึง 3 เท่า เกิดได้กับทุกชนชาติ มักพบในประเทศเขตร้อน มากกว่าเขตหนาว พบในหน้าร้อนมากกว่าหน้าหนาว อาหารก็มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคนิ่ว อาชีพที่ทำงานกลางแดด ทำงานอยู่หน้าเตาไฟมีโอกาสเป็นมากกว่า.

ความเข้มข้นของผลึกที่มีอยู่ในน้ำปัสสาวะ คือ ถ้ามีความเข้มข้นมาก ก็มีโอกาสที่นิ่วจะก่อตัวมากขึ้นนั้น หมายความว่าถ้าดื่มน้ำมาก จะทำให้ความเข้มข้นของผลึกเหล่านั้นลดลงด้วย ความเป็นกรด-ด่าง ของน้ำ ปัสสาวะ สารระงับการตกตะกอนในน้ำปัสสาวะ.

สาเหตุที่พบมิได้มากมาย 

  • พันธุกรรม เช่น โรคไต บางชนิด (Renal Tubular Acidosis)
  • ขาดสารยับยั้งนิ่วในผู้ป่วย (Citrate Pyrophosphate)
  • อายุ พบนิ่วในกระเำพาะปัสสาวะมากในเด็กและผู้สูงอายุ นิ่วในไตและท่อไตมักพบในผู้ใหญ่
  • สภาพแวดล้อม และภูมิอากาศ มักพบนิ่วในหน้าร้อน และภูมิอากาศแห้งแล้งมากกว่า
  • การดื่มน้ำและปริมาณปัสสาวะ ผู้ที่ดื่มน้ำน้อย จำนวนปัสสาวะน้อยมีโอกาสพบนิ่วมากกว่า
  • อาหาร บางชนิดมีส่วนสำคัญในการเกิดนิ่ว เช่น นิ่วยูริค จะพบมากขึ้นในผู้ที่ทานโปรตีนมาก เป็นต้น
อาการ

นิ่วมักจะทำให้มีอาการปวดที่เอวหรือท้องน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่วตำแหน่งของการอุดตัน เช่น นิ่วที่อยู่ในท่อไตจะมีอาการปวดได้ มากกว่านิ่วที่อยู่ในไต อาการปวดนี้จะปวด ตลอดเวลา หรือ ปวดเป็น ๆ หาย ๆ ได้

การตรวจวินิจฉัย
     การเอ็กซเรย์ IVP (Intravenous pyelography) เพื่อดูการทำงานของไตทั้งสองข้างและตำแหน่งของนิ่วที่มีการอุดตัน


การรักษา 
     ขึ้นกับขนาดของนิ่ว ตำแหน่งของนิ่วและผลต่อการทำงานของไต นิ่วมีขนาดเล็กประมาณ 4 มิลลิเมตร  มักจะสามารถหลุดออกไปได้เอง นิ่วที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีผลทำให้ไตทำงานได้ไม่ดี หรือนิ่วที่ไม่สามารถหลุดออกมาเองได้ มีแนวทางรักษาดังนี้

1.การสลายนิ่วคืออะไร 
     การสลายนิ่ว (EEWL) Extracorporeal Shockwave Lithotripsy  เป็นกรรมวิธีรักษาโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีบาดแผลและไม่ต้องดมยาสลบโดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ที่มีความจำเพาะหรือพลังงาน Shok wave ไปสู่ตัวนิ่วที่แข็ง ทำให้เกิดแรงกระแทกที่ก้อนนิ่ว ทำให้เกิดรอยร้าวจรแตกเป็นผงในที่สุด ผงนิ่วจะหลุดไหลออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะคลื่นเสียงที่กำเนิดมาจากเครื่องสลายนิ่วจะถูกควบคุมให้พุ่งสู่ก้อนนิ่ว โดยไม่ทำอันตรายกับเนื้อเยื่อของผู้ป่วย

ข้อห้ามในการสลายนิ่ว
  1. ผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์
  2. ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดแดงในช่องท้องโป่งพอง
  3. ผู้ป่วยที่มีความดันเลือดไม่คงที่หรือควบคุมไม่ได้
  4. ผุ้ป่วยที่มีการอักเสบของทางเดินปัสสาวะที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น มีไข้สูง
  5. ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดหรือ ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด 
ข้อดีของการสลายนิ่ว คือไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ จึงใช้เวลาในการรักษาตัวและพักฟื้นน้อยกว่า

      2.การส่งกล้องในท่อไต (Ureterorenoscopy) โดยใช้กล้องส่องขนาดเล็กผ่านทางท่อ ปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และ ขึ้นไปในท่อไตจนถึงตำแหน่งของนิ่ว จากนั้นทำการคีบ หรือคล้องนิ่วออกมา ถ้านิ่วเม็ดค่อนข้างใหญ่ อาจต้องใช้เครื่องมือสลายนิ่วให้แตกก่อน แล้วคีบออกมา เหมาะสำหรับนิ่วในท่อไต

      3.การเจาะไต (Percutaneous Nephrolithotripsy) โดยการใช้กล้องเข้าไปในไตโดยตรง โดยการเจาะจากทางด้านหลัง ของลำตัวใกล้ตำแหน่งของไต เมื่อกล้องส่อง ในไตจนเห็นนิ่ว จะทำการสลายนิ่วเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วคีบออก เหมาะสำหรับนิ่วในไต ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่

     4. การทำผ่าตัดเพื่อเอานิ่วออก  เป็นวิธีดั่งเดิมที่เคยใช้อยู่ในอดีต ก่อนที่จะมีเครื่องมือ และวิธีการดังกล่าวข้างต้น ซึ่งมีผู้ป่วยบางรายเท่านั้น ที่ยังจำเป็นต้องได้รับการักษา ด้วยวิธีการผ่าตัดแบบนี้

การป้องกัน 

วิธีที่ดีที่สุดและเป็นที่ยอมรับทั่วไป คือ การดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อเป็นการเจือจาง และลดความเข้มข้นของผลึก ที่อาจจะตกตะกอนรวมตัวกัน เป็นก้อนนิ่วได้ ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องนำนิ่วมาตรวจวิเคราะห์ หาส่วนประกอบของตัวนิ่ว เพื่อที่จะนำไปวิเคราะห์ร่วมกับเลือดและปัสสาวะ ซึ่งนำไปสู่แนวทางการป้องกัน การเกิดโรคนิ่วใหม่ในนิ่วบางชนิด






ด้วยความปราถนาดีจาก 

โรงพยาบาลแมคคอร์มิค 


วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

       โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นโรคที่พบบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทย  โดยเฉพาะในขณะนี้พบว่าโรคหลอดเหลือดหัวใจตีบตันเป็นสาเหตุที่ทำให้มีจำนวนคนไทยเสียชีวิตมากเป็นอันดับสองรองจากการประสบอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านผู้อ่านควรมีความรู้ความเข้าใจ ถึงปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดของโรคนี้

          โดยปกติ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด ไม่เฉพาะหลอดเลือดหัวใจ ยังรวมถึงหลอดเลือดทั่วร่างกาย ได้แก่ หลอดเหลือดสมอง ไต แขนขา เกิดจากปัจจัยหลัก อาจแบ่งง่าย ๆ เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้แก่อายุที่มากขึ้น อายุที่มากขึ้นนำมาซึ่งความเสื่อมของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงระบบหลอดเลือดเช่านกัน ปัจจัยเสี่ยงอันเป็นผลจากภาวะความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกิดจากปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ที่ส่งต่อมาให้สู่ลูกหลาน เป็นต้น สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันหรือดูแลให้น้อยลงได้ มีตั้งแต่ปัจจัยเสี่ยงที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นเองได้แก่การสูบบุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากการกินอยู่ รูปแบบการดำเนินชีวิต เป็นผลให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูงตามมา

          การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหลอดเลือดทั่วร่างกาย มีผลทำให้เกิดความผิดปกติของผนังหลอดเลือดตีบตันในที่สุด

          เบาหวาน ผู้เป็นเบาหวานหรือมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ถือว่ามีความเสี่ยงเท่ากับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมาแล้วครั้งหนึ่ง ผู้เป็นเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานขึ้นตาทำให้ตาบอดเกิดอาการชาจากเส้นประสาทผิดปกติ แผลเรื้อรัง

            ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจโดยตรง ระดับความดันปกติควรอยู่ในระดับที่น้อยกว่า 120/80 มม.ปรอท  ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มม.ปรอท ถือว่ามีความดันโลหิตสูง ส่วนผู้มีความดันโลหิตอยู่ระหว่างค่าดังกล่าว มีแนวโน้มว่าจะเกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้ในอนาคต การรักษาความดันโลหิตสูงควรได้รับการดูแลโดยแพทย์ ควรได้รับยาเพื่อลดระดับความดัน รวมถึงการควบคุมอาหารโดยเฉพาะอาหารเค็มและการควบคุมน้ำหนัก

            ไขมันในเส้นเลือดสูง ระัดับไขมันในเลือดที่เหมาะสมขึ้นกับภาวะความผิดปกติของร่างกาย ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวอาจยอมรับระดับไขมันในเกณฑ์สูงได้ สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด รวมถึงโรคของหลอดเลือดอื่น ๆ ควรควบคุมระดับไขมันชนิด LDL ให้น้อยกว่า 100 mg/dl กรณีที่มีความเสี่ยงมาก การรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงมีวิธีการตั้งแต่การกินยา การลดอาหารไขมัน แป้ง รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ จึงควรหลีกเหลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว หมั่นตรวจสุขภาพ กรณีมีข้อสงสัยหรือความผิดปกติเกิดขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์

ภาวะหัวใจวาย

ภาวะหัวใจวายเป็บกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ พบได้ตั้งแต่ความผิดปกติของเยื่อหุ้มหัวใจกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เป็นต้น ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยหอบ ซึ่งต้องแยกจากอาหารเหนื่อยจากสาเหตุอื่น ๆ อาจพบลักษณะเหนื่อย นอนราบไม่ได้ ตื่นตอนกลางคืนเนื่องจากเหนื่อย แน่นอก บวม เป็นต้น

อาจแบ่งภาวะหัวใจวายตามสาเหตุการเกิดได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้


1. หัวใจวายจากความผิดปกติของลิ้นหัวใจ ปกติลิ้นหัวใจทำหน้าที่คอยเปิด ปิด เพื่อให้เลือดผานจากหัวใจห้องหนึ่งไปยังอีกห้องได้อย่างมีระบบ และเป็นไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ภาวะลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วที่รุนแรง ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานมากขึ้น เกิดภาวะหัวใจโต และหัวใจวายในที่สุด

2. หัวใจวายจากปัญหาการบีบตัวที่ลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาที่ตัวกล้ามเนื้อหัวใจเป็นหลัก โดยปกติกล้ามเนื้อหัวใจทำหน้าที่ในการบีบเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เมื่อมีความผิดปกติของการบีบตัว จะส่งผลให้ความดันในปอดสูงขึ้นเกิดน้ำท่วมปอด เหนื่อยหอบ สาเหตุของความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจที่พบได้บ่อย ได้แก่ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติจากการดื่มสุรา ขาดสารอาหาร วิตามินบี กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ภาวะความผิดปกติของการทำงานของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

3. หัวใจวายในผู้ที่มีการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจเป็นปกติ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การบีบตัวของหัวใจ แต่เกิดจากความผิดปกติในการขยายหรือคลายตัวรับเลือด พบว่ามีการพยากรณ์โรคหรืออัตราการเสียชีวิตเทียบเท่ากับในกลุ่มที่มีการบีบตัวของหัวใจไม่ดี อาจเกิดได้จากความผิดปกติของเยื่อหุ้มหัวใจ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว หรือมีอาการดังกล่าวที่เข้าได้ โดยเฉพาะเหนื่อยหอบบวม ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ วินิจฉัยโรค และการรักษาที่ถูกต้องต่อไป.

โดย  นพ.กลกฤตย์ เขียนประสิทธิ์
         อายุรแพทย์โรคหัวใจ  รพ.แมคคอร์มิค

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ดนตรีจิตอาสา

 

  ตามปกติแล้วโรงพยาบาลแมคคอร์มิคจะมีการแสดงดนตรี ที่แผนกผู้ป่วยนอกเพื่อสร้างความสุนทรีย์ให้แก่ผู้ที่กำลังรอรับบริการแต่วันนี้เราได้ยินเสียงร้องเพลงที่แสนจะไพเราะจับใจสะกดผู้ฟังให้เคลิบเคลิ้มนั่งชมไปยิ้มไปด้วยความประทับใจ ที่น่าสนใจไปหว่านั้น ทั้งสองท่านเป็นตำรวจจราจรและพยาบาล ทำให้รู้สึกแปลกใจว่า การร้องเพลงและเล่นดนตรีครั้งนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร

      ดาบตำรวจสิมานนท์ โพธิสุวรรณ ปัจจุบันสังกัดกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยส่วนตัวเป็นผู้ที่ชอบเล่นกีต้าร์ในลักษณะเล่นเอง ร้องเอง ในส่วนของการทำงานก็ชอบที่จะพบปะพูดคุยกับประชาชน เมื่อครั้งที่ได้ไปปฏิบัติราชการอยู่อำเภอปายมีโอกาสได้ออกตรวจถนนคนเดินอยู่เป็นประจำ ที่นั่นมีดนตรีเปิดหมวกมากมาย ด้วยความที่ชอบดนตรีจึงไปช่วยร้องเพลงทั้งชุดตำรวจอย่างนั้น ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนแถวนั้นดีมาก ได้รับเงินบริจาคมากมาย หลายคนก็มาขอถ่ายรูปก็เลยกับมาพูดคุยกับภรรยา คุณนิกร โพธิสุวรรณ ว่าอยากเล่นดนตรีเปิดหมวกในชุดตำรวจซึ่งเป็นเรื่องที่ครั้งหนึ่งในชีวิตอยากมีโอกาสได้ทำ ต้องการให้ตำรวจมีภาพพจน์ใกล้ชิดประชาชนและอยากให้ประชาชนรู้สึกดี   อีกทั้งเงินที่ได้มาก็สามารถนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ขัดสน คุณนิกรก็ให้กำลังใจอย่างดี และได้ร่วมกันเริ่มต้นด้วยการไปขอยืมแอมป์ตัวเล็ก ๆ และอาสาร้องเพลงวันแรกในวันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2552 ได้เงินบริจาคไปยังที่ต่าง ๆ ตามที่มีใครหรือหน่วยงานใดขอเข้ามาทั้งในรูปเครือ่งใช้ไม้สอยที่จำเป็นและทุนทรัพย์ เช่น คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง กล้องถ่ายรูป เครือ่งทำน้ำเย็น รวมถึงทุนการศึกษาสำหรับเด็กที่เป็นบุตรของตำรวจ พ่อค้าแม่ค้า รถสี่ล้อ รถสามล้อ ฯลฯ "สิ่งที่เรามอบให้เขาไปแล้วไม่เคยคิดว่าเขาจะเอาไปทำอะไร สิ่งที่เรามอบไปแล้วก็คือของเขา เราก็มีความสุขใจ ผมมีความสุขที่มีโอกาสนี้" ดาบตำรวจสิมานนท์ กล่าวด้วยความอิ่มเอมใจ หลังจากนั้นได้ย้ายมาประจำอยู่จังหวัดเชียงใหม่ก็ยังคงมีปณิธานแน่วแน่ที่อยากจะช่วยผู้ยากไร้ขัดสนใจเชียงใหม่ด้วย ต้องการใช้เวลาที่เหลือ   3 ปีก่อนเกษียณอายุราชการ ได้ทำสิ่งดีดีตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตอบแทนให้บ้านเกิด ให้สังคม ให้ประเทศ

         สำหรับการเล่นดนตรีที่จังหวัดเชียงใหม่ ดาบตำรวจสิมานนท์ได้มีโอกาสไปเล่นที่ โรงพยาบาลสวนปรุงทุกวันอังคารและพฤหัสบดีโดยในช่วงเวลานั้น คุณสายรุ้ง จันทร์แก้ว พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลสวนปรุงผู้มีน้ำเสียงอันแสนไพเราะได้เข้ามาช่วยร้องเพลงทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในเวรทำงานและสวมชุดพยาบาลจึงสร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการเป็นอย่างมากเนื่องด้วยผู้เล่นดนตรีอยู่ในชุดตำรวจและผู้ร้องเพลงอยู่ในชุดพยาบาล หลังจากที่ได้ไปเล่นดนตรีร่วมกับคุณสายรุ้งหลายครั้ง จึงได้มีโอกาสเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการที่ตนได้ตั้งปณิธานไว้ ซึ่งก็พอดีกับที่คุณสายรุ้งก็มีอุดมการณ์เดียวกัน จึงอาสาที่จะช่วยร้องเพลงร่วมกับดาบตำรวจสิมานนท์ โดยสละเวลาว่าจากการทำงานไปช่วยร้องเพลงที่ต่าง ๆ และล่าสุดได้ไปร้องเพลงที่ถนนคนเดิน ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจมาก



          โรงพยาบาลแมคคอร์มิคเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 3 ที่ดาบตำรวจสิมานนท์และคุณสายรุ้งได้เข้ามาเล่นดนตรีและร้องเพลง ซึ่งก็ได้สร้างความประทับใจจนได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวจากผู้มารับบริการ รวมถึงแพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ ในแผนกผู้ป่วยนอก ทำให้ภาพรวมการแสดงดนตรีของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคมีสีสันมากขึ้นซึ่งดาบตำรวจสิมานนท์และคุณสายรุ้งจะมาเล่นดนตรีทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน และทิ้งท้ายไว้ว่าทุกคร้้งที่ได้เล่นดนตรีให้ประชาชนฟัง มักจะแนะนำเรื่องกฎจราจรไปด้วย เช่น การสวมหมวกกันน็อค โดยหวังประชาชนจะมีความเข้าใจเรื่องกฎจราจรมากขึ้นและจะทำให้ทุกคนใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย

บทความโดย  : สุชาดา ดาวเรืองแสง

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

บทความ-แมคคอร์มิค: แนะนำแผนกสูติกรรม

บทความ-แมคคอร์มิค: แนะนำแผนกสูติกรรม: "โดย นพ.นิรันดร์ ภัทรานุกุล สูติแพทย์ประจำโรงพยาบาล ชีวิตมนุษย์ เป็นสิ่งอัศจรรย์ที่เราอาจไม่สามารถเข้าใจกระบวนการทั้งหมด..."

แนะนำแผนกสูติกรรม

โดย  นพ.นิรันดร์ ภัทรานุกุล  สูติแพทย์ประจำโรงพยาบาล 
 

              ชีวิตมนุษย์ เป็นสิ่งอัศจรรย์ที่เราอาจไม่สามารถเข้าใจกระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่ที่แน่ ๆ ก็คือทุกชีวิตเกิดมาล้วนมีคุณค่าอย่างมหาศาลในสายตาของพระเจ้า รวมทั้งบุคลากรของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคด้วยเช่นกัน

           แผนกสูตินรีเวช ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคที่ดำเนินงานเพื่อการบำบัดและรักษาประชาชนตามแบบอย่างขององค์พระเยซูคริสต์ด้วยความรักและเข้าใจถึงความต้องการของผู้เจ็บป่วย ด้วยมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าหนึ่งร้อยปี

           โรงพยาบาลแมคคอร์มิคก็ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแผนกต่าง ๆ เพื่อให้ทันสมัยและทันต่อวิวัฒนาการทางการแพทย์อยู่เสมอ เป็นที่น่ายินดีที่ปี ค.ศ.2011 นี้ แผนกสูตินรีเวชได้ทำการปรับปรุงครั้งใหญ่เริ่มตั้งแต่

1)  เฮเลน 1 ห้องคลอด 

            ประกอบไปด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในทั้งหมด ทางโรงพยาบาลได้ทำฝ้าเพดานและผนังใหม่ แสงสว่างที่พอเพียงทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายกาย สบายใจ ไม่น่ากลัว มีห้องก่อนคลอดจำนวน 8 เตียง เพียงพอที่จะรองรับหญิงตั้งครรภ์ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเครื่องปรับอากาศเย็นสบายที่ติดตั้งใหม่ทุกห้อง
  
             เรายังมีเครื่องตรวจการเต้นหัวใจทารก (Fetal Monitoring) , เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ประจำห้องคลอด เป็นเครื่องมือเสริมที่จะช่วยในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

เรามีห้องคลอดที่ปรับปรุงทั้งหมด พร้อมทั้งติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศชนิดพิเศษ โดยการนำอากาศเสียในห้องออกทิ้งไปและนำอากาศดีจากภายนอกที่ผ่านเครื่องกรองชนิดพิเศษซึ่งให้กับห้องผ่าตัดมาตรฐานเท่านั้น จึงทำให้มั่นใจถึงระบบปรับอากาศที่สะอาดเพื่อลดอุบัติการณ์ของการอักเสบติดเชื้อได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงเท่านั้น ส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของการดูแลหญิงตั้งครรภ์ก็คือ ทีมงานพยาบาลที่มีประสบการณ์ในการดูแลท่านตลอดที่อยู่ในโรงพยาบาลด้วยความเอาใจใส่และเข้าใจ

ที่จะขาดไม่ได้ก็คือ ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันในทางสูติกรรมเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าหญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีความเสี่ยงจากการตั้งครรภ์ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าผู้ใดจะมีมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยเหตุที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเพื่อป้องกันและการวางแผนกการรักษาที่ดี ลดความสูญเสียหรือการผ่อนหนักให้เป็นเบาให้ได้มากที่สุด จึงจำเป็นต้องมีทีมแพทย์ที่มีความสามารถในการรักษาและพร้อมที่จะทำหน้าที่อันสำคัญนี้อย่างทุ่มเท

2) เฮเลน 3 ตึกหลังคลอด
            หลังจากคลอดจากวันคืนอันยาวนานและเหน็ดเหนื่อยของคุณแม่ทุกท่าน ทางโรงพยาบาลก็ได้มีห้องพักที่ได้ปรับปรุงใหม่ สะอาด สะดวกสบาย สว่างสดใส ซึ่งจะทำให้คุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรได้ฟื้นตัวรวดเร็วยิ่งขึ้นรวมทั้งครอบครัวที่มาเฝ้าก็สามารถเป็นกำลังใจแก่คนที่ท่านรักได้ด้วยความสะดวก อีกทั้งสามารถใกล้ชิดหรือเยี่ยมลูกน้อยได้อย่างง่ายดายเนื่องจากแผนกเด็กก็ตั้งอยู่บริเวณชั้นเดียวกัน

 เราเห็นความสำคัญของการให้ความรู้แก่คุณแม่ทุกท่านโดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ โดยทีมงานของฝ่ายการพยาบาลที่มีความชำนาญจะช่วยสาธิตการดูแลพื้นฐานที่สำคัญ เช่น การอาบน้ำเด็ก การทำความสะอาด การป้อนนมเด็ก เป็นต้น


ส่วนท่านที่เป็นผู้ป่วยทางนรีเวชที่ได้รับการรักษาหรือผ่าตัดโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ของเรารับการดูแลเอาใจใส่ขณะพักฟื้นอย่างดีที่ตึกนี้เช่นเดียวกัน

กรณีที่บางท่านมีความเจ็บป่วยหลายอย่าง เรามีแพทย์เฉพาะทางสาขาต่าง ๆ ร่วมดูแลท่านอย่างครบครัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้ทุกชีวิตที่เกิดมามีร่างกายที่แข็งแรงและมีชีวิตที่มีความสุข หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สิ่งที่ท่านหวังเป็นจริง

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ฮูลา ฮูลา ฮูลาฮุปบำบัด

โดย... อ้อมทิพย์ ศรีสุวรรณ์ / หัวหน้าตึกเฮเลนนิวแมน 3  Nursery    
       

          ครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้... กีฬาโบกห่วง  เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งในและนอกโรงพยาบาล และตัวผู้เขียนเอง ก็ได้ซื้อหามาครอบครองไว้หนึ่งห่วง (แม้ว่าจะมีห่วงยางรอบเอวส่วนตัวไว้หลายห่วงก็ตาม) แต่เมื่อมองดูคนอื่นเขาเล่นฮูลาฮุปกันอย่างสนุกสนานแล้วเจ้าห่วงยางส่วนตัวรอบเอวจะเริ่มหายไป  หายไป และหายไป    ฮูลาฮุป ก็นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่ง แต่เมื่อนานวันเข้า...เจ้าห่วงฮูลาฮุปอันกลม ๆ นั้น กลับไม่เคยได้หมุนวนรอบ ๆ เอวของเจ้าของเลยซักครั้ง ความที่พอคล้องปุ๊บก็หล่นปั๊บ จนมัวแต่ก้ม ๆ เก็บ ๆ เหวี่ยง ๆ จนเวียนหัว เจ้าห่วงน้อยก็เลยถูกวางเก็บไว้บนชั้นเก็บของอย่างเดียวดายโดยไร้คนเหลียวแล.  ของบางอย่างเมื่อเฝ้ามองดูคนอื่นเล่นหรือทำแล้วดูช่างง่ายดายจริง ๆ หากแต่เมื่อได้ลงมือทำด้วยตัวเองแล้ว กลับยากยิ่งจนถอดใจ เหมือนกับว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความลำบากอยู่ที่นั่น. 
         
          แต่แล้วเมื่อวันทำ 5 ส. มาถึง เจ้าห่วงฮูลาฮุปก็ได้กลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้งเพราะเมื่อผู้ชายที่หามีเอวไม่หาเจ้าห่วงอันนั้นเจอ   เขาก็เริ่มต้นหมุน ๆ เหวี่ยง ๆ โยกเยกอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้ว่าจะใช้เวลานานถึงสามวัน 

         และแล้ว... ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั่นเป็นจริง. เขาสามารถแกว่งฮูลาฮุปได้อย่างสง่างามแทบไม่น่าเชื่อไม่น่าเป็นไปได้   ใคร ๆ ก็เล่นฮูลาฮุปได้จริง ๆ ถ้ามีความตั้งใจ

         ดังนั้นในเย็นวันต่อมา ฮูลาฮุปจึงกลับมาเกิดใหม่ได้อีกครั้ง แรกที่เริ่มเหวี่ยงหมุนเก้ ๆ กัง ๆ บ้าง ตกบ้าง หล่นบ้าง ก็ไม่ท้อถอย เพราะในใจคิดไว้เพียงว่า ฉันต้องทำได้ไม่เห็นจะยาก ใคร ๆ ก็ทำได้ ฉะนั้นฉันต้องทำได้ ซึ่งเป็นความคิดตรงกันข้ามกับตอนเริ่มฝึกเล่นครั้งแรกโดยสิ้นเชิง (ครั้งที่เริ่มฝึกแรก ๆ มัวแต่คิดว่ายากจัง...ฉันทำไม่ได้หรอก) แต่เมื่อเปลี่ยนความคิดใหม่ ตั้งเป้าหมายชัดเจน การเล่นฮูลาฮุปก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

          เรื่องฮูลาฮุป...ทำให้นึกถึงหนังของวอลย์ดีสนีย์ที่เคยดูมาเรื่องหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อัศวินผู้พิทักษ์ ที่เป็นเรื่องราวของนกฮูกที่กล้าหาญตัวหนึ่่่่่่่่่ง  เมื่อตอนที่ยังเป็นลูกนกหัดบิน นกฮูกตัวน้อยโผบินจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว เวลาพุ่งโฉบเหยื่อแม่นยำตรงเป้าหมายทุกครั้ง ตรงกันข้ามกับนกฮูกตัวพี่ที่มัวแต่ละล้าละลังหวาดกลัวไม่กล้าออกจากรัง และพลัดตกลงมาจากกิ่งไม้ฝึกบินครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะมัวแต่มองที่ว่างข้างล่างอันสูงลิบลิ่วด้วยใจระทึุก เวลาฝึกล่าเหยื่อก็ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปครั้งแล้วครั้งเล่า

         จนในที่สุด  เจ้านกฮูกตัวน้องต้องแอบกระซิบตัวพี่เบา ๆ ว่า "ฉันจะบอกเคล็ดลับให้พี่ข้อหนึ่งล่ะ... ว่าเวลาฉันโผบินจากกิ่งหนึ่งไปสู่อีกกิ่งหนึ่งนะ ฉันไม่ได้มองลงไปบนพื้นดินไกลลิบใต้ต้นไม้ ไม่ได้มองใบไม้ที่บังตาหรือมองว่าเหยื่อจะวิ่งหนีหาย ฉันมีกิ่งไม้กิ่งใหม่ที่ฉันจะโผบินไปเกาะไว้ในใจ ฉันมองเห็นเหยื่ออยู่ใต้กรงเล็บของฉันเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญคือ  มองตรงเป้าหมายอย่าวอกแวก   ... นกฮูกตัวนั้น กระซิบบอกอะไรกับเราบ้าง ...

         ข้อควรคิดจากมัทธิว  เรื่องพระเยซูทรงดำเนินบนทะเลให้บรรดาสาวกและท่านเปโตรได้เห็นการอัศจรรย์ คือ มัทธิวบทที่ 14 ข้อ 28-31 ว่าไว้ว่า    ฝ่ายเปโตรจึงทูลตอบพระองค์ว่า  "พระองค์เจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอทรงโปรดบอกให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์"  พระองค์ตรัสว่า "มาเถิด" เปโตรจึงลงจากเรือเดินบนน้ำไปหาพระเยซู แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัวและเมื่อใกล้จะจมก็ร้องว่า "พระองค์เจ้าข้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย" ทันใดนั้นพระเยซูทรงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้แล้วตรัสว่า "ท่านสงสัยทำไม ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเสียจริง"

         นอกจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญคือความเชื่อว่า แล้วเราจะไปถึงเป้าหมายนั้น 
   
          ปล. เหตุที่ใช้ชื่อเรื่อง ฮูลาฮุปบำบัด เพราะนอกจากฮูลาฮุปจะเป็นการออกกำลังกายส่ายสะโพกโยกเอวทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว อีกประการหนึ่งเป็นเพราะนักกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคเป็นต้นเหตุแห่งการแพร่ระบาด....ฮูลาฮุป....  

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

จิตนาการเพื่อคลายเครียด

อ.สุวิมล - นักจิตวิทยา โรงพยาบาลแมคคอร์มิค


         วิธีคลายเครียดนั้นมีอยู่หลายต่อหลายวิธีด้วยกัน เชื่อว่าแต่ละคนจะมีวิธีคลายเครียดที่แตกต่างกันไป แต่วันนี้ผู้เขียนขอเสนอวิธีคลายเครียดโดยวิธีใช้จินตนาการ หลาย ๆ คน อาจจะยังไม่เคยลองใช้วิธีนี้ หลายครั้งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยที่มีความเคลียด และได้แนะำนำ วิธีคลายเครียดโดยวิธีจิตนาการ ผู้ป่วยหลายท่านรู้สึกชอบวิธีนี้ ฉบับนี้จึงขอเสนอวิธีจิตนาการให้ผู้อ่าน ลองไปฝึกดูนะคะ

         การใช้จิตนาการ ถือว่าเป็นกลวิธีอย่างหนึ่งที่ผู้มีความเครียดจะเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องที่ตนเองกำลังเครียดอยู่ไปสู่ประสบการณ์เดิมในอดีตที่เคยทำให้จิตใจสงบ และเป็นสุขมาก่อน การคิดถึงอดีตที่มีความสุขหรือคิดถึงเหตุการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนได้ คิดถึงสถานที่ที่ทำให้ประทับใจภาพเหตุการณ์เหล่านี้ สามารถนำมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลายได้ การใช้จิตนาการเป็นวิธีการคลายเครียดได้ชั่วคราว ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่สาเหตุ จึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้บ่อย ๆ ในการจิตนาการ ต้องพยายามให้เหมือนจริงที่สุด คล้ายจะสัมผัสได้ครบทั้งภาพ รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เพื่อจะได้เกิดอารมณ์ คล้อยตามจนรู้สึกสงบได้เหมือนอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ


  • วิธีการฝึก

ผู้ฝึกต้องเลือกภาพหรือเหตุการณ์ที่ประทับใจ จากนั้นเลือกสถานที่ที่สงบเป็นส่วนตัว ปลอดจากการถูกรบกวนจากคนอื่น หาที่นั่งที่สบายถ้าเป็นเก้าอี้ที่มีพนักพิงศรีษาด้วยจะเป็นการดีมาก หลับตาลงและสำรวจกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มจิินตนาการถึงเหตุการณ์ที่เราคิดไว้จะต้องได้ภาพของกลิ่น สี แสง เสียง สัมผัส และ ความรู้สึกของตนเองอย่างชัดเจน เช่น

"วันหยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน กำลังนอนสบายห่มผ้าบนเก้าอี้โยกอยู่ที่ระเบียง มองออกไปข้างนอกเห็นฝนกำลังตกพรำ ๆ เม็ดฝนกำลงตกกระทบกับดอกไม้ที่ปลูกไว้ ได้กลิ่นถึงไอดิน กลิ่นอากาศที่เย็น สดชื่นจิบกาแฟร้อน ๆ ที่กำลังหอมกรุ่นของเนื้อกาแฟ ทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นเบิกบาน จนไม่อาจลืมเลือนวันที่แสนสุขนั้นได้เลย"

"เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาวของเดือนธันวาคมที่มีแสงแดดอ่อน ๆ และท้องฟ้าสีครามกระจ่าง ฉันยืนอยู่หน้าบ้านพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในหุบเขา มองดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง ดอกสีขาวสะพรั่งกำลังชูช่อไสวพลิ้ว ตามสายลมหนาวที่พัดโชยมาแผ่ว ๆ อากาศที่หนาวเย็น สด สะอาดและบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ ปะทะผิวกายของฉันคละเคล้าไปกับกลิ่นหอมรวยรินของดอกไม้ ทำให้ฉันรู้สึกเบิกบาน"


  • ข้อควรระวัง

การใช้จินตนาการอาจจะใช้ไม่ได้เป็นผลสำเร็จสำหรับทุกคน เนื่องจากบางคนไม่สามารถสร้างภาพในจินตนาการได้ เพราะมีความเครียดอยู่ในใจจนไม่สามารถคิดถึงเรื่องที่มีความสุขได้ ความเครียดอาจทำให้เกิดความคิดเชิงลบไปเสียหมด ซึ่งอาจจะต้องค้นหาว่าเครียดของตนเองเหมาะสมกับวิธีไหน

อ้างอิงจาก : คู่มือการดำเนินงานในคลินิกคลายเครียด กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข