วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560

การรักษาหลุมสิว



   หลุมสิวนับว่าเป็นปัญหากวนใจของคนที่ปล่อยให้สิวอักเสบมันลุกลามจนกินพื้นที่ลึกลงไปถึงเนื้อใน ถึงขั้นทำให้เนื้อหายจนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ ส่วนบางคนก็พลาดหนักยิ่งกว่านั้น คือพยายามบีบสิวอย่างผิดวิธีจนทำให้สิวอุดตันธรรมดาๆ กลายเป็นสิวอักเสบ พร้อมกับไปกระตุ้นสิวนั้นให้รุนแรงหนักกว่าเดิม ถ้าจะบอกว่าหลุมสิวมักจะเกิดจากตัวเองก็ไม่ผิดนัก เพราะความจริงแล้วการป้องกันที่ดีที่สุด คือการพยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองมีสิวอักเสบ หรือถ้าเป็นแล้วก็ต้องรีบหาทางปฏิบัติเพื่อทำให้สิวอักเสบยุบเร็วขึ้นโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ แต่ถ้าช้าเกินไป จนพลาดไปมีหลุมสิวอยู่บนใบหน้าแล้ว ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆแก้ไขกันต่อไป แม้ว่าเราจะไม่สามารถทำให้ผิวเติมเต็มหลุมสิวได้เหมือนเดิม 100% แต่เราก็สามารถทำให้เซลล์เนื้อเยื่อใหม่ฟื้นฟูและเติมเต็มหลุมได้ถึง 70-80%

ระดับความรุนแรงของหลุมสิว
มีการแบ่งหลุมสิวออกเป็น 3 ประเภท เพื่อให้ง่ายต่อการแบ่งประเภทการรักษา
          1. Rolling scar เป็นหลุมสิวแบบตื้นอาจมีขนาดกว้างแต่ไม่กินลึกถึงชั้นหนังแท้ เป็นหลุมสิวประเภทที่รักษาได้ง่ายกว่าอีก 2 ประเภทต่อไป หลุมสิวประเภทนี้เกิดจากการแกะเกาผิวหน้า
          2. Boxcar scar เป็นหลุมลึกกว่า Rolling scar มีขอบเขตชัด ก้นหลุมไม่ลึกถึงรูขุมขนหรือชั้นหนังแท้เกิดจากสิวอักเสบหรือรอยโรค เช่น สุกใส
          3. Ice pick scar เป็นหลุมชนิดปากแคบแต่มีความลึกถึงรูขุมขน หลุมชนิดนี้เกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตันมีการทำลายลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ ทำให้ส่วนผลิตคอลลาเจนหายไปด้วย หลุมสิวชนิดนี้รักษายากและดีขึ้นช้า




วิธีรักษาหลุมสิว
การรักษาหลุมสิวบนใบหน้า จะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบใหญ่ๆคือ
          1.การรักษาด้วยการทายา   เป็นการรักษารอยหลุมตื้นๆซึ่งมักจะเป็นรอยหลุมระดับทั่วไป (Rolling scar) ยาที่นำมาใช้ทำให้ผิวตื้นขึ้นก็จะมีหลายชนิดด้วยกัน
          2. การรักษาด้วยการรับประทานยา เป็นยาที่สกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือRetinoids
         3. การรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่มีหลุมสิวขนาดใหญ่มหึมาจนยาทาและยากินก็ช่วยไม่ไหว หรือเรียกได้ว่าเป็นหลุมแบบลึก Ice pick scar และ Box scar ซึ่งเป็นการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการทายาและครีมบำรุงร่วมด้วย ซึ่งการรักษาแต่ละแบบอาจถูกนำมาใช้ในกรณีที่มีหลุมลึก หรืออาจใช้ร่วมกันบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาหลุมสิวด้วยเครื่องเลเซอร์ชนิด Fractional Co2 จะช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น และสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น



การป้องกันการเกิดหลุมสิวและการดูแลตัวเอง
          การดูแล ในระหว่างการรักษาเรื่องการดูแลและป้องกันตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เช่น คุณต้องพยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นสิวอักเสบ งดดื่มแอลกอฮอล์(เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างคลอลาเจน)ถ้าหากไม่ได้อยู่ในระหว่างการรักษา คุณสามารถ สครับหน้าได้อาทิตย์ละครั้ง โดยเลือกสครับที่ไม่รุนแรงมากนัก บำรุงผิวด้วยสกินแคร์ที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ไปนวดหน้าบ้างเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนมีการสร้างคลลาเจนมาช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของผิว เซลล์ผิวของคุณจะได้ทำงานได้ดีขึ้น หรือบางคนอาจรับประทานยาเสริมพวกคลอลาเจนก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อการสนับสนุนการสร้างคลอลาเจนจากภายในสู่ภายนอก แต่ถ้าหากเรายังมีปัญหาสิวอยู่บนใบหน้า การขัดหน้านวดหน้าก็ยังเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ทางที่ดีควรจะรักษาสิวให้หายก่อน แล้วค่อยมาจัดการกับจุดด่างดำและหลุมสิวภายหลัง ที่สำคัญคือ ต้องใจเย็นๆ ต้องรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป แล้วผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาดีและยังทำให้ผิวมีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

          แน่นอนว่าฟังดูอาจจะง่ายแต่จริงๆไม่ง่ายเลย แต่ก็ควรค่าแก่การทดลองเพราะการเกิดหลุมสิวเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มเอามากๆ&nbspเพราะนอกจากหน้าสวยๆหล่อๆ จะพังแล้ว การรักษายังยืดเยื้อยาวนาน และมีค่าใช้จ่ายสูงอีกต่างหาก.


เส้นเอ็นข้อไหล่อักเสบ




เส้นเอ็นข้อไหล่คือเส้นเอ็นขนาดเล็ก 4 เส้นที่อยู่บริเวณรอบข้อไหล่ เส้นเอ็นกลุ่มนี้เป็นส่วนที่ต่อเนื่องมาจากกล้ามเนื้อสะบักทอดผ่านข้อไหล่และยึดเกาะส่วนบนของกระดูกต้นแขน ทำหน้าที่ช่วยในการขยับไหล่ เช่นกางแขน ยกแขน หมุนไหล่เป็นต้น
โรคนี้จะปวดไหล่และมีการกดเจ็บและเคลื่อนไหวไหล่ได้น้อยลงมาก ในระยะแรกสาเหตุ คือ พยาธิสภาพที่เกิดการอักเสบรอบนอกของข้อ ซึ่งมีเอ็น ปลอกเอ็น ถุงน้ำกันเสียดสีและกล้ามเนื้อและเอ็นหุ้มข้อ ในระยะต่อมาจะมีการอักเสบเสื่อมในตัวข้อไหล่เอง ทำให้ไหล่ติดแข็ง

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณไหล่โดยเฉพาะเวลายกหรือขยับไหล่อาจมีอาการปวดร้าวลงไปบริเวณต้นแขนได้ บางคนอาจมีอาการขัด ขยับไหล่ลำบากหรือบวมบริเวณไหล่ร่วมด้วย อาการเริ่มแรกอาจไม่รุนแรงมาก แต่ถ้ายังมีการใช้งานต่อไป อาการปวดอาจรุนแรงมากขึ้น อาจปวดตอนกลางคืนหรือปวดตอนพักได้ รู้สึกแขนล้าไม่มีแรง สุดท้ายพิสัยการเคลื่อนไหวจะลดลงและทำกิจกรรมบางอย่างลำบาก เช่นสระผม เกาหลัง ติดกระดุมหรือรูดซิบที่อยู่ด้านหลัง



สาเหตุ

การอักเสบของเส้นเอ็นข้อไหล่เกิดจากการใช้งานไหล่ซ้ำๆกันโดยเฉพาะงานที่ต้องยกแขนสูง เช่นปัดฝุ่นหรือเช็ดถูประตู-หน้าต่าง ตัดแต่งกิ่งไม้ ทาสีฝาผนังหรือเพดาน หรืองานหนักที่ต้องใช้แรงไหล่มาก เช่นงานที่ต้องยก แบกหรือหามของหนัก หรือพบในนักกีฬาที่ต้องยกแขนสูง เช่น บาสเกตบอล ว่ายน้ำ แบทมินตัน


การวินิจฉัย

โดยทั่วไปแพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้จากการซักถามอาการและการตรวจร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจภาพถ่ายเอกซเรย์ ยกเว้นในกรณีที่แพทย์สงสัยว่ามีกระดูกงอกบริเวณใกล้เคียงกับเส้นเอ็นไหล่ และทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกระดูกงอกกับเส้นเอ็น หรือแพทย์สงสัยโรคหรือภาวะอื่นๆของกระดูกและข้อไหล่ ในบางกรณีอาจต้องตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่นเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI) เช่นมีอาการปวดเรื้อรัง รักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือสงสัยว่ามีการฉีกขาดของเส้นเอ็นข้อไหล่ร่วมด้วย


การรักษา

มีวัตถุประสงค์เพื่อลดอาการปวดและทำให้กลับไปใช้งานข้อไหล่ได้ โดยการรักษาขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย เช่น สุขภาพ อายุ และการใช้งานที่ต้องการ ซึ่งการรักษามี 2 แนวทาง ได้แก่
1.การรักษาโดยวิธีการไม่ผ่าตัด




ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มการรักษาด้วยวิธีนี้ โดยอาการปวดจะค่อยๆลดลง และการใช้งานจะค่อยๆดีขึ้นจนกลับไปใช้งานได้ปกติ อาจใช้เวลาในการรักษานานหลายสัปดาห์จนกระทั่งหลายเดือน ประกอบด้วยหลายวิธี ได้แก่
-การพักและปรับเปลี่ยนการใช้งาน เช่นหลีกเลี่ยงการยกของหนัก หลีกเลี่ยงงานที่ต้องยกแขนสูง
-การใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ จะช่วยลดการอักเสบ ลดอาการบวมและอาการปวดได้
-การทำกายภาพบำบัด โดยการฝึกยืดเยื่อหุ้มข้อเพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ให้สามารถกลับไปขยับและใช้งานได้เหมือนปกติ เมื่ออาการปวดลดลงแล้วจะเริ่มฝึกการเพิ่มความแข็งแรงของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบๆข้อไหล่
-การฉีดยาสเตียรอยด์บริเวณรอบๆเส้นเอ็นที่อักเสบ สามารถลดการอักเสบและอาการปวดได้ ใช้ในกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการพัก การรับประทานอาหารและการทำกายภาพบำบัด
2.การรักษาโดยการผ่าตัด




ผู้ป่วยที่เป็นมานานและไม่ดีขึ้นจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ยังต้องใช้งานไหล่มากหรือนักกีฬาที่ต้องใช้ไหล่ หรือผู้ป่วยอุบัติเหตุและมีภาวะเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วย ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดจะใช้วิธีส่องกล้องเย็บซ่อมเส้นเอ็นไหล่และ/หรือกรอหินปูน ผลการรักษาค่อนข้างดีมาก ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดน้อย ผู้ป่วยสามารถเริ่มกายภาพหลังผ่าตัดได้อย่างรวดเร็วคือหลังผ่าตัดในวันรุ่งขึ้น

ฉะนั้นอย่าละเลยอาการปวดอย่างเด็ดขาดเมื่อมีอาการปวดแบบไม่พึงประสงค์หรือดังที่กล่าวไว้เบื้องต้นให้รีบมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาก่อนที่อาการจะลุกลาม