วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholesterolemia)

ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholesterolemia)


        เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เนื่องจากไขมันสูงจะตกตะกอนที่ผิวของผนังหลอดเลือดที่เรียกว่าคราบไขมันหรือ Plaque ซึ่งจะทำให้เส้นเลือดตีบ หรือคราบอาจจะหลุดลอยไปอุดหลอดเลือดทำให้เกิดโรค โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้ นับเป็นโรคร้ายที่ทำให้ประชากรเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆเราสามารถควบคุมและป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้ไม่ยาก ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมาก



ชนิดของไขมันในเลือด

        ไขมันในเลือดที่สำคัญมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ไขมันโคเลสเตอรอล(Cholesterol) และไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์(Triglyceride) โดยทั่วไปในการตรวจไขมันในเลือดแพทย์จะให้ตรวจสารต่างๆ ดังนี้
      

 1.โคเลสเตอรอล(Cholesterol)

        เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากตับและลำไส้ หรือได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป อาหารที่มาจากพืชจะไม่พบโคเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบ แต่จะพบมากในไขมันจากสัตว์ ซึ่งปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร โคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกาย โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง แต่หากมีไขมันโคเลสเตอรอลมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน  ซึ่งไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ฯลฯ ทำให้เกิดเส้นเลือดแข็งตัว และการตีบตันของหลอดเลือด ในอนาคตจะเป็นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณโคเลสเตอรอล และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความอ้วน และการไม่ออกกำลังกายเป็นต้น ซึ่งระดับปกติของโคเลสเตอรอลในเลือดไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

     โคเลสเตอรอลแบ่งย่อยที่สำคัญได้ 2 ชนิด คือ

     1.1 เอชดีแอล (Hight density lipoprotein -HDL) มีหน้าที่นำโคเลสเตอรอลจากกระแสเลือดไปทำลายตับ ดังนั้นถ้าระดับ HDL ในเลือดสูง จะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคเลือดหัวใจตีบน้อยลง HDL จะสูงได้จากการออกกำลังกาย ระดับปกติในเลือดผู้ชายมากกว่า 40มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้หญิงมากกว่า 50มิลลิกรัม/เดซิลิตร

     1.2 แอลดีแอล (
Low density lipoprotein-LDL) หากมีไขมันชนิดนี้ในเลือดสูง ก็จะไปเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดพอกหนาขึ้น จนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป หลอดเลือดจะตีบแคบลง ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวก    จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบตันได้มาก ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร


      2.ไตรกลีเซอไรด์(Triglyceride)

              เป็นไขมันชนิดหนึ่งเกิดจากสร้างขึ้นเองในร่างกายจากน้ำตาล และแป้งหรือ จากอาหารที่รับประทานเข้าไป มีความสำคัญทางด้านโภชนาการหลายประการ นับตั้งแต่ให้พลังงาน ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และเค ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องอยู่นาน นอกจากนี้ร่างกายยังเก็บสะสม ไตรกลีเซอร์ไรด์ไว้สำหรับให้พลังงานเมื่อมีความต้องการ อย่างไรก็ตาม การมีไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงหรือพบว่าสูงในคนที่มี โคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว เชื่อว่ามีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบมากขึ้น ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าปกติ 50-150 mg/dl)


อาการของไขมันในเลือดสูง
        ไขมันในเลือดสูงจะไม่มีอาการ การที่จะทราบว่าไขมันในเลือดสูง รู้ได้จาก การเจาะเลือด          

สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง


1. กรรมพันธุ์
2. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์
3. โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ และโรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง
4. โรคตับ โรคไตบางชนิด
5. ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ฮอร์โมนเพศ(ยาคุมกำเนิด) เป็นต้น
6. การตั้งครรภ์
7. การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่
8. ขาดการออกกำลังกาย


เมื่อตรวจพบว่าระดับไขมันสูง ควรมีการควบคุมปริมาณไขมันในเลือดโดยปฎิบัติตัวดังต่อไปนี้

1. การควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่นไขมันจากสัตว์ สมองสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล เช่น หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง
2. ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วนจนเกินไปโยจำกัดอาหารประเภทแป้ง-ข้าวต่างๆ ขนมหวาน
3. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์เร่งการสะสมไขมันตามเนื้อเยื่อ
4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน อาหารทอด เจียว ควรใช้น้ำมันจากพืชแทนน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน ซึ่งมีกรดไลโนเลอิก เป็นตัวนำโคเลสเตอรรอลไปเผาผลาญ ซึ่งจะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง
5. ควรเพิ่มอาหารพวกผักใบต่างๆ และผลไม้บางชนิดที่ให้กากใย เช่น คะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม เม็ดแมงลัก และอื่นๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับกากใยมากขึ้น เพราะกากใยจะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง
6. รักษาโรคที่เป็นอยู่ เช่นเบาหวาน ธัยรอยด์ โรคตับ โรคไต และอื่นๆ
7. หยุดยาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันในเลือดสูง หรือเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นๆแล้วแต่ความเหมาะสม
8. การออกกำลังกาย จะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด และเพิ่มระดับ HDL ควรออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 20- 30นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
9. ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด  ซึ่งจะต้องใช้ร่วมกับการรักษาดังหัวข้อที่กล่าวมาเบื้องต้น  การใช้ยาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล ควรควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และลักษณะนิสัยในการดำเนินชีวิตของตัวเอง

            ทั้งนี้จากการศึกษา พบว่า ระดับไขมันในเลือดมีความสำคัญอย่างมากกับการเกิดหลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ผู้ที่มีภาวะไขมันเลือดสูง จึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือด           สมองขาดเลือดจนเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านมเป็นต้น ฉะนั้นผู้ที่สงสัยว่าตัวเองจะมีภาวะไขมันในเลือดสูงโดยประเมินจากสาเหตุที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้น ควรจะรีบมาเจาะเลือดเพื่อตรวจสุขภาพกันนะค่ะ อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น