วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

เชื้อราในช่องคลอด ตอนที่ 1

โดย นพ.นิรันดร์ ภัทรานุกลู , สูตินารีแพทย์

เชื้อราและกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีคลอโรพิลล์ มีสปอร์ สืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มีทั้งชนิดเซลล์เดียวและหลายเซลล์ นำมาใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านแต่ก็ก่อให้เกิดโรคหลายชนิดขึ้นในมนุษย์
  1. ความสำคัญทางด้านการแพทย์ ได้เริ่มศึกษาตั้งแต่ปี ค.ศ.1880 พบว่ามีเชื้อราประมาณ 25 genera ที่ทำให้เกิดโรคแก่คนและสัตว์ พบแพร่ระบาดมากในแถบร้อน

  2. เชื้อราที่ใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมใช้ในการผลิตอาหาร เช่น ผลิดเนยแข็งทำให้เนยแข็งมีกลิ่นและรสดี ใช้ยีสต์ผลิตขนมปัง ไวน์ เบียร์
    - ใช้ผลิดซีอิ้ว เต้าเจี้ยว
    - ใช้เป็นอาหารโดยตรง
    - ใช้ในการผลิตน้ำย่อยและกรดบาง
    - ใช้ในการผลิตยาและยาปฎิชีวนะ
  3. เชื้อราที่ทำลายสิ่งของ เครื่องใช้ และผลิตทางเกษตรกรรม ที่พบมาก คือ ราใน genus Penicillium และ Aspergillus พวกเมล็ดพืชที่เก็บเกี่ยวได้ต้องเก็บในที่ที่ทำให้ความชื้นต่ำกว่า 12% ถ้าความชื้นสูงกว่านี้ เชื้อราเจริญได้ดี
  4. ใช้เชื้อราในการควบคุมแมลง โดยวิธีที่เรียกว่า biological control เช่น เชื้อราพวก Entomophthora grulli เป็นปาราสิตที่แท้จริงของแมลงพวกตั๊กแตน ถ้าเลี้ยงให้เชื้อรานี้เจริญสร้างสปอร์จำนวนมากก็จะช่วยควบคุมจำนวนตั๊กแตนได้
  5. ใช้ในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ เป็นการศึกษาเชื้อราโดยตรง เช่น ศึกษาทาง พันธุศาสตร์ สรีรวิทยา เซลวิทยา เป็นต้น

อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญของราทั่วไปคืออุณหภูมิห้องหรือประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส เชื้อราก่อโรคส่วนใหญ่มักจะเจริญได้ดีในช่วงอุณหภูมิห้องจนถึง 37 องศาเซลเซียส ราบางชนิดเจริญได้ดีในอุณหภูมิสูง 40 - 50 องศาเซลเซียส เชื้อราสามารถเกิดได้ตามที่ต่าง ๆ เช่น

  1. เชื้อราที่ศรีษะ
  2. เชื้อราที่ลำตัว แขน ขา
  3. เชื้อราที่ขาหนีบ
  4. เชื้อราที่เล็บ
  5. เชื้อราที่มือและเท้า
  6. และที่สำคัญคือ เชื้อราในช่องคลอด

จากการวินิจฉัยยังพบว่าเป็นเชื้อราตรงจุดซ่อนเร้นร้อยละ 40 ติดเชื้อแบคทีเรียร้อยละ 20 โดยการแสดงอาการการติดเชื้อราพบมากเป็นอันดับต้น ๆ จุดซ่อนเร้นอาจะเป็นเชื้อราได้ แต่จะไม่เกิดปัญหาถ้าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หากระบบสมดุลในช่องคลอดเปลี่ยนจากกรดเป็นด่าง จะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรามากขึ้น และแสดงอาการตกขาวมากผิดปกติ เป็นก้อนสีขาวขุ่นคล้ายแหวะเด็กหรือ นมบูด มีอาการแสบและคัน ซึ่งเกิดได้ทุกวัยตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ การมีเพศสัมพันธ์สามารถติดสเชื้อได้เช่นกัน เพราะน้ำอสุจิมีฤทธิ์เป็นด่าง สำหรับการรักษา ควรพบแพทย์ซึ่งการรักษามียาทั้งแบบรับประทานและแบบสอดช่องคลอด แต่ปัญหาคือมักกลับมาเป็นซ้ำ เนื่องจากไม่ปรับพฤติกรรมให้จุดซ่อนเร้นระบายอากาศได้ดี ไม่มีกลิ่นอับชื้น

เคล็ดลับการดูแลรักษา แนะนำว่าควรล้างและทำความสะอาด ไม่ให้บริเวณจุดซ่อนเร้นเสียสมดุล (ห้ามสวนเพราะเชื้อราจะเข้าสู่ภายในช่องคลอดได้) หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ ใกล้เคียบกับกรดแลคติกจะช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียดีที่มีชื่อว่า "แลคโตบาซิลไล" ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียได้อย่างดี จึงสามารถลดการระคายเคืองกลิ่นอับชื้นได้ และไม่ควรใช้สบู่เพราะมีค่าเป็นด่านไปทาลายกรดแลคติก

กางเกงที่สวมใส่ไม่ควรรัดรูปจนเกินไป จะเกิดการอับชื้นระบายอากาศได้ไม่ดี เลือกชุดชั้นในทำจากผ้าคอตตอนเพื่อระบายอากาศดีกว่าผ้าไนลอนและไม่ระคายเคือง ซักให้สะอาด ผึ่งแดด ผึ่งลให้แห้ง ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใส่แผ่นอนามัยตลอดเวลา เพราะก่อให้เกิดความอับชื้น ขอให้ใช้ช่วงที่จำเป็น เช่น ตกขาวมากกว่อนมีประจำเดือน การเป็นเชื้อราไม่เกี่ยวกับกับโรคมะเร็งปากมดลูกเพียงก่อให้เกิดความรำคาญ บางคนคันเกาเป็นแผลเกิดเชื้อแบคทีเรีย ถ้าเป็น่อยให้ปรึกษาแพทย์แต่อาการตกขาวเรื่องรังหรือมีอาการตกขาวปนเลือดอาจจะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ จึงควรไปพบแพทย์เพื่อหาเหตุที่แท้จริง

ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน หาโอกาสตากผ้ายากมาก ทำให้ต้องตากผ้าในที่ร่ม หลาย ๆ คนที่เคยซักผ้าแล้วพอถึงเวลาเอาผ้าไปตาก ฝนดันมาตกช่วงนั้นหล่ะก็ เพื่อนๆจะทำอย่างไรดี อย่าบอกนะว่าเอาผ้ามาตากในที่ร่มแล้วเอาพัดลมมาเป่า ๆ หรือว่าตากไว้ในห้องน้ำ วันนี้มีเรื่องมาเตือนว่าการตากผ้าในที่ร่มส่งผลเสียมากกว่าผลดี

โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิง เวลาอยู่ในวัยที่มีประจำเดือนจะสังเกตได้ว่า จะมีคราบขาวติดอยู่ที่กางเกงชั้นใน จะมากน้อยแค่ไหนหรือมีลักษณะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็เป็นตามช่วงระยะของการมีประจำเดือน เนื่องจากช่องคลอดของผู้หญิงจะมีการทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงถือว่าเป็นกระบวนการทำความสะอาดตัวเองตามปกติ

แต่หากเมื่อไหร่ที่ตกขาวมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีสี มีกลิ่นผิดไปจากปกติ แล้วยิ่งถ้ามีอาการคัน ๆ ตรงน้องหนูอยู่ด้วย ก็สันนิษฐานได้เลยว่าคุณอาจโดยเจ้าเชื้อราเล่นงานเข้าแล้วก็ได้

เจ้าเชื้อแคนดิด้า แอลบิคันล์(Candida Albicans) จริง ๆ มันอาศัยอยู่ในร่างกายคนเราและชอบอาศัยอยู่ในช่องคลอดคุณผู้หญิง นั่นก็เพราะว่าเป็นที่ชื้นแฉะและไม่มีภาวะความเป็นกรดเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราเป็นที่สุด

ทั้งสาวน้อยและสาวไม่น้อยก็เป็นได้ทั้งนั้นและที่สำคัญยังสามารถติดต่อกันได้จากการมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย น้อง ๆ สามารถสังเกตอาการเหล่านี้ได้ด้วยตนเองจาก อาการเริ่มแรกจะรู้สึกคัน ๆ บริเวณช่องคลอดหรือปากช่องคลอด ตกขาวมีสีและมีกลิ่นผิดปกติ สีขุ่นจับเป็นก้อน อวัยวะเพศภายนอกบวมแดงและรู้สึกเจ็บ และทรมารมากเมื่อร่วมเพศ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น