วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ดนตรีสื่อรักของพระเจ้า

บทความโดย  อ.สุภัทรา แก้วควายงาม ผู้ช่วยอนุศาสก

"ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
  อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
  หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
  และดวงใจยอมดำสกปรก ราวนรก ชนเช่นกล่าวมานี่
  ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ"
  - บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิสวานิส

จากบทพระราชนิพนธ์นี้ จะเห็นว่ามนุษย์ทุกคนไม่ว่าชนชาติใดล้วนมีนิสัยอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือการชอบเสียงดนตรี ซึ่งอาจแตกต่างกันบ้างตรงแนวดนตรีซึ่งขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม สังคมชุมชนที่มนุษย์อาศัยอยู่ แนวดนตรีในโลกนี้มีมากมาย เช่น ดนตรีไทย ดนตรีร๊อค ดนตรีคลาสสิก ดนตรีแจ๊ส ดนตรีศาสนา ฯลฯ เป็นต้น และไม่ว่ามนุษย์จะมีอารมณ์ความรู้สึกเศร้า เหงา หรือมีความสุข แม้แต่ผู้ที่มีร่างกายพิการแขนขาด ขาขาด หูหนวก ตาบอด ก็ยังมีความพยายามที่จะฟัง ที่จะร้องเพลงหรือเล่นเครื่องดนตรีให้ได้ ดังเช่น เรน่า มาเรีย ซึ่งเธอเกิดมาไม่มีแขนและขาทั้งสองข้างก็ยาวไม่เท่ากัน เรน่าเรียนจบทางด้านดนตรี เธอมีความสุขมากเมื่อได้ร้องเพลงและบทเพลงที่เธอร้องออกมานั้นก็สามารถสื่อให้ผู้ฟังสัมผัสได้ว่าเธอมีความสุขอย่างมากที่ได้ร้องเพลง

ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ปฐมกาล 1:27 ได้บันทึกว่า "พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์" พระฉายาของพระเจ้าอีกอย่างหนึ่งที่เราอาจมองข้ามไปคือความรักในเสียงดนตรี ในพระคัมภีร์มีหลายตอนที่เรียกร้องให้มนุษย์สรรเสริญพระเจ้าด้วยเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง เต้นรำ หรือ บรรเลงเครื่องดนตรี โดยเฑาะในพระธรรมสดุดีมีทั้งหมด 150 บท ซึ่งเป็นพระธรรมที่ยาวที่สุดในพระคัมภีร์ทั้งหมด 66 เล่ม เมื่อเราเปิดพระคัมภีร์ เราจะพบพระธรรมสดุดีอยู่กลางเล่มพอดี ผู้เขียนหลักของพระธรรมสดุดีคือกษัตริย์ดาวิด ผู้มีความสามารถทางด้านดนตรีเป็นเลิศและเป็นกษัตริย์ของอิสราเอลที่พระเจ้าทรงพอพระทัยมากที่สุดเนื่องจากท่านสรรเสริญพระเจ้าตลอดชีวิตของท่านทั้งในยาทุกข์และในยามสุข

เมื่อพระเจ้าตรัสว่าจะสร้างมนุษย์นั้นพระองค์ทรงสร้างเราให้เป็นเครื่องดนตรีที่วิเศษที่สุดคือมีหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ มีมือสำหรับปรบให้เป็นจังหวะ มีปากที่ส่งเสียงออกมาเป็นทำนอง เป็นต้น จุดประสงค์ก็เพื่อให้ทุกคนสรรเสริญพระเจ้า ให้มีความชื่นชมยินดีตลอดเวลา ดังในพระคัมภีร์ฟิลิปปี 4:4 กล่าวว่า "จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด" การที่พระเจ้าทรงเรียกร้องให้สิ่งมีชีวิตทุกอย่างสรรเสริญพระองค์ (สดด. 150) ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพระองค์เท่านั้น แต่เพื่อประโยชน์ต่อตัวของมนุษย์ผู้สรรเสริญพระองค์ด้วย คือ เมื่อเรามีความชื่นชมยินดีนั้น ร่างกายของเราก็จะหลั่งสาร Endorphin ออกมา ซึ่งช่วยให้ร่างกายของเราเกิดความผ่องคลายและช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เกิดจากความเครียดได้นั่นเอง

ดังนั้น ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะมีความชื่นชมยินดีตลอดเวลา ให้ความสนใจต่อเสียงดนตรีมากขึ้น เพราะนั่นหมายถึงว่าเราเห็นความสำคัญต่อชีวิตและสุขภาพของเราด้วย

ขอพระเจ้าอวยพระพร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น