วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever)




ไข้เลือดออก เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อย พบมากในเด็กอายุ 2 - 10 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ จะพบน้อยมาก ส่วนเด็กโตและผู้ใหญ่อาจพบได้บ้างประปราย อาการมักไม่รุนแรง และมักระบาดในช่วงฤดูฝนที่มียุงลายชุกชุม

   สาเหตุของการเกิดไข้เลือดออก   

ไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งมียุงลายเป็นพาหะสำคัญ ยุงลายชอบกัดคนในเวลากลางวัน กล่าวคือยุงลายจะกัดคนที่เป็นไข้เลือดออกก่อน แล้วจึงจะไปกัดคนที่อยู่ใกล้เคียง ยุงชนิดนี้ชอบเพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำนิ่งในบริเวณบ้าน เช่น น้ำในตุ่ม จานรองตู้กับข้าว ฝากะลา หลุมที่มีน้ำขัง

   อาการ   เมื่อเป็นไข้เลือดออกแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้

ระยะที่ 1 ระยะไข้สูง

ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ซึ่งเกิดขึ้นฉับพลัน มีลักษณะไข้สูงลอยตลอดเวลา หน้าแดง ตาแดง ปวดศรีษะ กระหายน้ำ ซึม มักมีอาการเบื่ออาหาร และอาเจียนร่วมด้วยเสมอ กินยาลดไข้ก็จะไม่ลด ในบางรายจะมีอาหารปวดท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือ ชายโครงขวา บางคนอาจมีผื่นแดงขึ้นตามลำตัว แขนและขา อาจจะพบรอยจ้ำเขียวด้วยก็ได้ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง  2-7 วัน ถ้าไม่มีอาการรุนแรงไข้จะลดในวันที่ 5 - 7

ระยะที่ 2 ระยะช็อกและมีเลือดออก

อาการจะเกิดระหว่างวันที่ 3-7 ของโรค อาการไข้จะลดลง แต่คนไข้จะมีอาการปวดท้อง และอาเจียน บ่อยขึ้น ซึม กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น เหงื่อออก ปัสสาวะบ่อย ชีพจรเบา เต้นเร็ว ความดันต่ำ ซึ่งเป็นอาการช็อก ผู้ป่วยอาจมีอาการไม่รู้สึกตัว ปากเขียวคลำชีพจรไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีภาวะเลือดกำเดาออก อาเจียนเป็นเลือด มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง
ระยะที่ 2 นี้ จะกินเวลา 2 - 3 วัน ถ้าหากผู้ป่วยไม่เสียชีวิต ก็จะสามารถผ่านช่วงวิกฤตไปได้

ระยะที่ 3 ระยะฟื้นตัว

ในรายที่ผ่านระยะที่ 2 แล้ว อาการก็จะค่อยดีขึ้นกลับเข้าสู่สภาพปกติ ผู้ป่วยจะเริ่มกินอาหารได้ อาการปวดท้องจะลดลง อาการเลือดออกจะค่อย ๆ ดีขึ้น

   อาการแทรกซ้อน   

นอกจากภาวะเลือดออกรุนแรง ภาวะช็อคแล้วอาจะป็นปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ แทรกซ้อนได้ หรืออาจเกิดภาวะปอดบวมน้ำได้

ถ้าท่านสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก ควรปฏิบัตตัวดังต่อไปนี้

1. กินยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ห้ามใช้ยาจำพวก แอสไพริน เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย
2. นอนพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมาก ๆ
3. เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ถ้ามีอาการดังกล่าวมาข้างต้น ควรพบแพทย์
4. ในรายที่ปวดท้องมาก อาเจียน รับประทานไม่ได้ กระสับกระส่าย ควรนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  การป้องกันไข้เลือดออกสามารถทำได้ดังนี้   

1. ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น

  • ปิดฝาโอ่งน้ำและล้างโอ่งน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • จานรองตู้กับข้าว ควรใส่ทรายอะเบทลงไปหรือเทน้ำเดือดทุก ๆ สัปดาห์ หรือเกลือแกง 2 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 แก้ว
  • ควรเก็บกระป๋อง กะลา ยางรถยนต์เก่า ๆ ทิ้งเพื่อจะไม่เป็นที่ขังของน้ำ
2.  ระวังไม่ให้ยุงกัด เช่น ควรนอนกลางมุ้ง หรือ ทายากันยุง


  อาการที่เป็นสัญญาณอันตราย ซึ่งต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด   
  • อาการกระสับกระสาย หรือ ซึมมาก
  • ปวดท้องตรงยอดอกหรือลิ้นปี่
  • อาเจียนมาก
  • มือเท้าเย็น เหงื่อออกมาก
  • หายใจหอบ ปาก และ เล็บเขียว
  • มีรอยจ้ำตามตัวหลายแห่ง ถ้าพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรพบแพทย์โดยเร็ว

1 ความคิดเห็น: