วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ความดันโลหิตสูง (Hypertension)



     สาเหตูของโรคความดันโลหิตสูง

โรคที่เป็นสาเหตุทำให้ความดันโลหิตสูง พบเพียงร้อยละ 10 - 15 เช่น โรคไต ต่อมไร้ท่อ ต่อมหมวกไต เมื่อรักษาต้นเหตุแล้วความดันโลหิตสูง ก็จะหายไป

ส่วนใหญ่ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงประมาณร้อยละ 85 -  95 มักไม่ทราบสาเหตุ จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาตลอดไป เพื่อลดอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับอวัยวะที่สำคัญ เช่น หัวใจ สมอง ไต

ความดันโลหิตสูงจำแนกได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

1. ตามระดับความดันโลหิต
2. ตามการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่าง ๆ คือ

  • ไต
  • หัวใจ
  • สมอง
  • จอภาพในตา
  • หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ

3. จำแนกตามสมมติฐาน

  • ไม่ทราบสมมติฐานที่แน่ชัด
  • ผลจากยาคุมกำเนิด
  • จากครรภ์เป็นพิษ

      ค่าของความดันโลหิต

ค่าความดันโลหิตเกิดจากการบีบตัวและคลายตัวของหัวใจ ค่าความดันโลหิตเป็นเลข 2 ชุด

ตัวเลขแรก  เป็นค่าความดันโลหิตที่วัดเมื่อหัวใจบีบเต็มที่ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงร่างกาย
ตัวเลขหลัง เป็นค่าความดันที่วัดเมื่อหัวใจคลายตัวเต็มที่แล้ว



     ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรค

  1. อายุ   คนที่อายุน้อยถ้าเป็นโรคความดันโลหิตสูง มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนที่มีอายุมาก
  2. เพศ  เพศชายมีโอกาสเป็นอัมพาตและภาวะหัวใจวายตายมากกว่าเพศหญิง
  3. น้ำหนัก ถ้าลดน้ำหนักจะทำให้ความดันโลหิตลดลง
  4. ความเครียด การทำให้กล้ามเนื้อคลายความตึงเครียดร่วมกับการลดความเครียดทางจิตใจ สามารถลดความดันโลหิตลงได้ อย่างแน่นอน
  5. พันธุกรรม

อาการ

1. ปวดศรีษะ  มักจะมีอาการปวดบริเวณท้ายทอย ในตอนเช้า
2. ปวดศรีษะข้างเดียวแบบไมเกรน พบบ่อยในคนที่มีความดันโลหิตสูง
3. เลือดกำเดาออก

     การรักษาความดันโลหิตสูง

หลักในการรักษา คือ พยายามควบคุมให้ความดันต่ำกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท (ต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท ในคนที่เป็นเบาหวานร่วมด้วย) อย่างต่อเนื่องโดย
  • ลดอาหารเค็ม
  • ลดน้ำหนัก
  • ทำจิตใจให้ผ่องใส 
  •  รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
  • มาพบแพทย์ตามกำหนด

       ภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง


  1. สมอง อาจพบว่ามีเส้นเลือดในสมองแตก หรือมีอาการอุดตันของหลอดเหลือดในสมอง ทำให้เป็นอัมพาตได้
  2. หัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  3. ไต     ทำให้เกิดภาวะไตวายได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น