วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เชื้อราในช่องคลอด

เชื้อราในช่องคลอด


สภาวะติดเชื้อราในช่องคลอด หมายถึงภาวะที่เชื้อราที่มีชื่อว่า แคดิดา แอลบิแคนส์(Candida Albicans) เติบโตมากผิดปกติ จนทำให้มีอาการคันและตกขาวบริเวณช่องคลอด หรือปากช่องคลอด สภาวะใดก็ตามที่เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายในช่องคลอด มักเป็นสาเหตุให้เชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้น


          เชื้อราในช่องคลอด เป็นโรคที่พบได้บ่อยในสตรีทั่วไป ซึ่งมักพบว่าเป็นเชื้อราตรงจุดซ่อนเร้น      ร้อยละ 40 โดยการแสดงอาการติดเชื้อราพบมากเป็นอันดับต้นๆ แต่จะไม่เกิดปัญหาถ้าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หากระบบสมดุลในช่องคลอดเปลี่ยนจากกรดเป็นด่าง จะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรามากขึ้น



ปัจจัยที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อราในช่องคลอด
          1. ภาวะตั้งครรภ์ เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ปริมาณสารไกลโคเจน ซึ่งจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสในช่องคลอดสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้เชื้อรามีการเจริญเติบโตดีขึ้น นอกจากนี้ปริมาณฮอร์โมนที่สูงขึ้น ก็จะทำให้เชื้อรามีปริมาณมากขึ้นเช่นกัน
          2. โรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมโรคไม่ดี
          3. การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานเกินไป จะไปทำลายเชื้อต่างๆที่ทำให้เกิดภาวะสมดุลของเชื้อราในช่องคลอด ทำให้เชื้อราเพิ่มปริมาณมากขึ้น
          4. การรับประทานยาเสตียรอยด์ เพราะจะลดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค
          5. ผู้ป่วยที่มีโรคภูมิคุ้มกันต้านทานบกพร่อง หรือโรคเอดส์
          6. การใส่กางเกงที่คับมาก และอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนชื้น
      7. ภาวะที่คู่นอนมีการติดเชื้อรา


อาการ
          อาการเริ่มแรก ตกขาวจะมีสีขาวหรือเหลืองเป็นก้อนคล้ายนมบูด มีกลิ่นที่ผิดปกติ โดยช่องคลอด จะเกิดการระคายเคือง จนทำให้คันมากจนแทบทนไม่ได้
          อาการรุนแรงมาก จะคันมาถึงบริเวณขาหนีบและมีอาการแสบ แดง และระคายเคืองอย่างรุนแรงได้ บางคนอาจจะรู้สึก แสบในช่องคลอดเวลาถ่ายปัสสาวะ



วิธีป้องกัน

          1. กินโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ เพื่อเพิ่มแลคโตบาซิลลัสในช่องคลอด จะสามารถช่วยลดอัตราการเป็น เชื้อราในช่องคลอดได้
          2. กินอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลที่มีดัชนีไกลซีมิกต่ำ เพื่อให้น้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นทีละน้อย
          3. หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ ภาวะแพ้อาหารทำให้อาการของโรคแย่ลง
          4. ผ่อนคลายความเครียด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุให้โรคกำเริบ
          5. หลีกเลี่ยงกางเกงชั้นในที่รัดแน่น ควรสวมใส่เสื้อผ้าสบาย
          6. การทำความสะอาด ควรใช้น้ำสะอาดเท่านั้น
          7. ควรตากกางใน ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และต้องให้โดนแสงด้วยเพราะเชื้อราพวกนี้จะตายด้วยความร้อน
          8. ไม่ควรใช้สบู่หรือน้ำยาใดๆ ล้างช่องคลอด เพราะนั่นคือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะความเป็นกรดของช่องคลอดลดลง ควรทำความสะอาดด้วยสบู่ธรรมดา และไม่ควรล้างภายในช่องคลอด
          9. ก่อนและหลังร่วมเพศให้ปัสสาวะออกให้หมดกระเพาะปัสสาวะ
          ฉะนั้นเพื่อให้ห่างไกลจากภาวะเชื้อราในช่องคลอดเราควรจะรู้จักปรับสมดุลชีวิต รวมทั้งอย่าลืมป้องกันตัวเองจากภาวะเสี่ยงต่างๆที่จะทำให้เกิดภาวะนี้ อีกทั้งถ้ามีอาการดังกล่าวเบื้องต้นอย่าอายที่จะมาพบแพทย์นะค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะนี้ลุกลาม 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น